“ยามาฮ่า” สุดยอดผู้ผลิตรถจักรยานยนต์สัญชาติญี่ปุ่น ก้าวสู่ยุคใหม่ในศึก โมโตจีพี อย่างเป็นทางการ ด้วยการส่งรถแข่ง M1V4 ลงทำการแข่งขันในรอบสปรินต์เรซ” เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของทีม ในศึก โมโตจีพี 2026 สนามแรก รายการ “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026” เมื่อวันเสาร์ที่ที่ผ่านมา ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

การแข่งขันสปรินต์เรซดวลความเร็วทั้งสิ้น 13 รอบสนาม นับเป็นบททดสอบสำคัญของยามาฮ่า เพราะนี่คือการลงแข่งขันอย่างเป็นทางการครั้งแรกของ M1V4 หลังการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากเครื่องยนต์ Inline-4 สู่ขุมพลัง V4 เพื่อยกระดับศักยภาพของทีมในฤดูกาล 2026

ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร นักบิดชาวฝรั่งเศสหมายเลข 20 จาก มอนสเตอร์ อีเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี ทีม ออกสตาร์ตจากกริดที่ 16 และต้องเผชิญสถานการณ์หนักตั้งแต่รอบแรกจากเหตุชุลมุนในโค้ง 3 ส่งผลให้อันดับรูดลงไปถึงที่ 19 ก่อนจะค่อย ๆ ไล่แซงกลับขึ้นมาจบการแข่งขันในอันดับ 16 ด้วยเวลารวม 19 นาที 54.234 วินาที ตามหลังผู้ชนะ 15.079 วินาที

ขณะที่ อเล็กซ์ รินส์ ทีมเมทชาวสแปนิชหมายเลข 42 จบการแข่งขันในอันดับ 18 ตามหลังผู้ชนะ 15.876 วินาที

ทางด้าน แจ็ค มิลเลอร์ นักบิดออสเตรเลียนหมายเลข 43 จาก พรีม่า พรามัค ยามาฮ่า โมโตจีพี โชว์ความแข็งแกร่งของ M1V4 ด้วยการไต่ขึ้นไปเกาะกลุ่มกลางได้อย่างเหนียวแน่น ก่อนบิดเข้าป้ายในอันดับ 15 ด้วยเวลารวม 15 นาที 52.622 วินาที ตามหลังผู้ชนะ 13.467 วินาที

ส่วน โทปรัค ราซกัตลิโอกลู ทีมเมทชาวตุรกีหมายเลข 7 พลาดล้มในช่วงท้ายเรซ แต่ยังสามารถลุกขึ้นนำรถกลับเข้าสู่การแข่งขัน และผ่านธงตาหมากรุกในอันดับ 20 ตามหลังผู้ชนะ 25.860 วินาที

สำหรับศึก “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026 จะดวลความเร็วรอบเมนเรซ ในวันอาทิตย์ที่ 1 มี.ค.นี้ เวลา 15.00 น. ถ่ายทอดสดทาง SPOTV