ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ได้ประเมินจากเหตุการณ์ความตึงเครียดระดับสูงสุดระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ที่นำไปสู่การสูญเสียผู้นำสูงสุดของอิหร่าน

ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่ในสนามรบ แต่กำลังลามเข้าสู่ “กระเป๋าสตางค์” ของคนทั้งโลกผ่านราคาน้ำมัน!

ทำไมครั้งนี้ถึงน่ากังวล? สรุปประเด็นสำคัญมาให้แล้ว:

1.”ช่องแคบฮอร์มุซ” จุดตายเศรษฐกิจโลก

  • เส้นเลือดใหญ่: น้ำมันกว่า 20% ของโลก (20 ล้านบาร์เรล/วัน) ต้องผ่านช่องแคบนี้เพียงทางเดียว
  • ไร้ทางเลี่ยง: แม้จะมีท่อส่งน้ำมันอื่น แต่รองรับได้ไม่ถึง 1 ใน 5 ของปริมาณจริง หากถูกปิด ตลาดน้ำมันโลกจะ “ช็อก” ทันที
  • LNG ก็โดนด้วย: กาตาร์ส่งออกก๊าซธรรมชาติ (LNG) ผ่านที่นี่เกือบ 20% ถ้าปิด… วิกฤติพลังงานลามถึงไฟฟ้าแน่นอน ไทยนำเข้า LNG สูง และราว 1 ใน 5 มาจากกาตาร์ ใช้ผลิตไฟฟ้า เตือนค่าไฟเตรียมพุ่ง

2.ทำไมราคาน้ำมันถึงพุ่งทะลุเพดาน?

  • War Premium: แค่มีข่าวลือหรือความเสี่ยง ค่าประกันภัยเรือและค่าระวางก็พุ่งปรี๊ด ดันต้นทุนน้ำมันดิบจ่อแตะ $100 ต่อบาร์เรล
  • Panic Buying: โรงกลั่นทั่วโลกเริ่มแย่งกันสำรองน้ำมันจากแหล่งอื่น (สหรัฐฯ/แอฟริกา) ยิ่งเติมเชื้อไฟให้ราคาพุ่ง
  • ความเสี่ยง Recessions: หากปิดช่องแคบยืดเยื้อ นักวิเคราะห์เตือนว่าโลกอาจเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถถดอยอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ดีมานด์ที่จะอ่อนแอลงก็จะทำให้ความต้องการน้ำมันลดลง ผมไม่คิดว่าราคาน้ำมันจะพุ่งไปถึงระดับ 120 ลากยาว

3.ผลกระทบต่อ “ไทย” ที่เลี่ยงไม่ได้

ไทยนำเข้าน้ำมันดิบสูง เตรียมรับแรงกระแทกใน 5 ด้าน

  • เงินเฟ้อพุ่ง: ค่าน้ำมัน ค่าขนส่ง และค่าไฟ (Ft) จ่อปรับตัวขึ้น
  • ต้นทุนธุรกิจ: ภาคขนส่ง การบิน ปิโตรเคมี และก่อสร้าง กระทบหนัก Margin หาย
  • ค่าเงินบาทอ่อนค่า: เมื่อต้องนำเข้าน้ำมันราคาแพง ดุลบัญชีเดินสะพัดจะแย่ลง กดดันให้บาทอ่อนแรงกว่าเพื่อนบ้าน
  • นโยบายดอกเบี้ย: เงินเฟ้อที่ค้างสูง อาจทำให้ ธปท. ลดดอกเบี้ยได้ยากขึ้น
  • ตลาดหุ้นผันผวน: หุ้นกลุ่มพลังงานอาจบวกสั้นๆ แต่หุ้นกลุ่มอื่น (บริโภค/ขนส่ง) มีโอกาสปรับฐานแรง

“สถานการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องไกลตัว แต่คือความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่กระทบต้นทุนชีวิตเราโดยตรง แม้หลายฝ่ายจะหวังให้จบเร็ว แต่ “แผล” ทางเศรษฐกิจและต้นทุนพลังงานที่พุ่งไปแล้วอาจต้องใช้เวลาเยียวยา”