สำนักข่าวบีบีซีวิเคราะห์การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และแคนาดา เป็นเจ้าภาพในกลางปีนี้ว่ากลายเป็นทัวร์นาเมนต์ที่เต็มไปด้วยประเด็นทางการเมือง และอาจวุ่นวายได้มากที่สุดครั้งหนึ่ง หลังจากสหรัฐร่วมมือกับอิสราเอลในปฏิบัติการโจมตีอิหร่านตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา

อิหร่าน ผ่านเข้ารอบสุดท้ายเป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน แต่ภายใต้สถานการณ์ตึงเครียด ประธานสหพันธ์ฟุตบอลของอิหร่าน ยังไม่แน่ใจว่าทีมชาติจะได้ไปแข่งหรือไม่ โดยยกให้หัวหน้าด้านกีฬาของประเทศเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามหลังจาก อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิต จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะรู้ว่าใครจะตัดสินใจเรื่องนี้

ดร.ซานัม วาคิล ผู้อำนวยการศูนย์ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือของสถาบันวิจัยกิจการระหว่างประเทศแชทแธม เฮาส์ เชื่อว่าสงครามจะไม่จบอย่างรวดเร็ว เพราะมีเรื่องของการอยู่รอดของระบอบการปกครอง ขณะที่ฟีฟ่าแม้ยังไม่แสดงความเห็น แต่บีบีซีอ้างว่าเจ้าหน้าที่กล่าวเป็นการส่วนตัวคาดว่า อิหร่าน จะไม่ถอนตัว

เมื่อปีที่แล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ลงนามในคำสั่งบริหารห้ามพลเมืองจาก 12 ประเทศ รวมถึงอิหร่าน เข้าสหรัฐ แต่นักฟุตบอลและทีมงานโค้ชได้รับการยกเว้น ซึ่งหากอิหร่านเข้าร่วม ก็มีแนวโน้มที่จะมีการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างเข้มงวดมากกว่าเดิม ทั้งในศูนย์ซ้อมและสนามแข่งขัน

อิหร่าน มีกำหนดการลงเตะที่ลอสแอนเจลิส 2 นัดในรอบแรก และในแอลเอ เป็นที่ตั้งของชุมชนชาวอิหร่านที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จึงเป็นไปได้ว่าอาจเกิดเหตุการณ์ชุมนุมครั้งใหญ่ นิค แมคกีฮาน จากกลุ่มสนับสนุนสิทธิมนุษยชน แฟร์สแควร์ เชื่อว่า ฟีฟ่า อยากให้อิหร่านถอนทีมออกไป

แต่ถึงแม้อิหร่านจะไม่อยู่ สถานการณ์ก็อาจตึงเครียดมากขึ้นได้จากอีกหลายปัจจัย ไม่นานมานี้ทางการเม็กซิโก เจ้าภาพร่วมเพิ่งปะทะเดือดกับแก๊งค้ายาเสพติดในกัวดาลาฮารา จนมีการกังวลเรื่องความปลอดภัย ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ และแคนาดา ก็ไม่สู้ดีนัก จากการที่ ทรัมป์ ขึ้นภาษีการค้าหลายรายการต่อประเทศเพื่อนบ้าน

จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า ก็ถูกมองว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทรัมป์อย่างมาก โดยเมื่อเดือน ธ.ค. ฟีฟ่ามอบรางวัลสันติภาพ ครั้งแรกให้แก่ทรัมป์ในพิธีจับสลากฟุตบอลโลก 2026 ยกย่องว่ามีบทบาทสำคัญในการสร้างข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ และพยายามยุติความขัดแย้งอื่นๆ

แต่ไม่กี่สัปดาห์ต่อมา สหรัฐ ได้ดำเนินการทางทหารทั้งใน เวเนซุเอลา, ไนจีเรีย และ อิหร่าน และอาจดำเนินการเพิ่มเติมในกรีนแลนด์, เม็กซิโก, โคลอมเบีย รวมถึงขู่ คิวบา ว่าถ้าไม่ทำข้อตกลงก็อาจต้องเผชิญกับผลที่ตามมา

การตัดสินใจของทรัมป์ในการโจมตีอิหร่าน ได้รับทั้งการสนับสนุนและการประณาม ทำให้ฟีฟ่าอาจจะทบทวนอย่างหนักในการร่วมมือกับทรัมป์ ซึ่งทำให้ฟีฟ่าถูกวิจารณ์ก่อนหน้านี้ว่าทำให้องค์ฟุตบอลกลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง โดยเมื่อเดือนที่แล้ว รองประธานสหพันธ์ฟุตบอลเยอรมนี ยังเสนอให้มีการคว่ำบาตรฟุตบอลโลก 2026 จากการกระทำของทรัมป์ที่พยายามยึดครองกรีนแลนด์ที่เป็นของเดนมาร์ก

ดังนั้นเวลานี้สถานการณ์ทางการเมืองแง่ภูมิรัฐศาสตร์ที่ความขัดแย้งซับซ้อนอยู่แล้ว ก็ยิ่งชุลมุนมากขึ้นไปอีกจากปัญหาต่างๆ สำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก ได้กลายเป็นเรื่องที่ยิ่งยุ่งมากขึ้นและท้าทายมากกว่าเดิม