เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่ำคืนที่ผ่านมา ที่บริเวณมูลนิธิแม่กอเหนี่ยวยะลา กลับมาลุกเป็นไฟด้วยแรงศรัทธาอีกครั้งในงานประเพณีแห่พระลุยไฟ ประจำปี 2569 ซึ่งถือเป็น “ไฮไลต์” สูงสุดที่ดึงดูดคลื่นมหาชนทั้งชาวไทยเชื้อสายจีนและนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศให้หลั่งไหลเข้ามาสัมผัสความศักดิ์สิทธิ์ของพิธีกรรมกลางเปลวเพลิงอันเป็นตำนานศรัทธาเหนือความร้อน
ท่ามกลางแสงไฟจากกองถ่านไม้ที่ลุกโชนจนแดงฉาน กลิ่นธูปและควันไฟอบอวลไปทั่วบริเวณศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวยะลา ทันทีที่เสียงประทัดดังสนั่น เป็นสัญญาณสิ้นสุดการแห่เกี้ยวพระรอบเมือง เสียงโห่ร้องแสดงพลังศรัทธาก็ดังก้องไปทั่วบริเวณ

นาทีสำคัญที่ทุกคนรอคอยมาถึง เมื่อเหล่าศิษยานุศิษย์ผู้มีจิตศรัทธาพร้อมใจกันแบกเกี้ยวองค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวและองค์พระศักดิ์สิทธิ์วิ่งฝ่ากองเพลิงที่ร้อนระอุด้วยเท้าเปล่า ท่ามกลางสายตาตื่นตาตื่นใจของผู้เข้าชมที่เบียดเสียดกันจนแน่นขนัด
การลุยไฟนี้ไม่ใช่เพียงการพิสูจน์ความกล้า แต่คือการสะท้อนถึงความเชื่อที่ว่า “จิตที่บริสุทธิ์” จะสามารถเอาชนะอุปสรรค ปัดเป่าเคราะห์ร้าย และนำพาสิริมงคลมาสู่ชีวิตของผู้ที่ศรัทธา Soft Power วัฒนธรรมที่ยังมีชีวิต

งานประเพณีในปีนี้ถูกยกระดับให้เป็นมากกว่าแค่พิธีกรรมทางศาสนา แต่คือการโชว์ศักยภาพ Soft Power ทางวัฒนธรรมของจังหวัดยะลาที่แข็งแกร่ง ภายในงานยังมีการออกบูธสินค้าที่หลากหลาย การแสดงทางวัฒนธรรมในทุกค่ำคืน และจุดดึงดูดใจอย่าง “โรงทานอาหารเจ” ของมูลนิธิฯ ที่เปิดบริการให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับประทานฟรีตลอดงาน สร้างรอยยิ้มและบรรยากาศแห่งการอิ่มบุญที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น



