จากข้อมูลสถิติในอดีตที่ผ่านมาสามารถยืนยันชัดเจนว่า ทองคำคือ “สินทรัพย์หลบภัย” ที่โดดเด่นที่สุดในช่วงวิกฤติความขัดแย้งต่างๆ เพราะเมื่อความเชื่อมั่นในสกุลเงินหรือระบบเศรษฐกิจสั่นคลอน ผู้คนจะวิ่งหา “มูลค่าที่แท้จริง”

ล่าสุด ขณะนี้เกิดสถานการณ์สงครามที่ร้อนระอุในตะวันออกกลางต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 หลังสหรัฐและอิสราเอล เปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านช่วงสุดสัปดาห์ ส่งผลให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิต และจุดชนวนให้อิหร่านเปิดการโจมตีประเทศแถบอ่าวเปอร์เซียอื่น ๆ ส่งผลให้ราคาทองคำมีความผันผวนอย่างหนักเช่นเดียวกัน

 “เดลินิวส์” จึงได้รวบรวมข้อมูลในอดีตย้อนรอยในช่วงสงครามและวิกฤติภูมิรัฐศาสตร์ ทำการเปรียบเทียบการพุ่งขึ้นของราคาทองคำให้เห็นกันแบบชัดๆ 

-สงครามโซเวียต-อัฟกานิสถาน  ปี 1979-1980   

ทองคำปรับตัวขึ้นประมาณ 120-150%

-สงครามอ่าวเปอร์เซีย ปี 1990-1991 

ทองคำปรับตัวขึ้น 15%

-เหตุการณ์ 9/11 (วินาศกรรมสหรัฐ) ปี 2001

ทองคำปรับตัวขึ้น 6-7%

-สงครามรัสเซีย-ยูเครน ปี 2022

ทองคำปรับตัวขึ้น 12-15%

-ความขัดแย้งอิสราเอล-ฮามาส ปี 2023

ทองคำปรับตัวขึ้น 8-10%

-วิกฤติการณ์ปี 2025

ทองคำปรับตัวขึ้น 55%

-สงครามสหรัฐ อิสราเอล โจมตี อิหร่าน (ล่าสุด) 

นับตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2026 ที่เกิดการโจมตีกันอย่างรุนแรง ราคาทองคำปรับขึ้นมาแล้วประมาณ 3,000 บาท

อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นของราคาทองคำในรอบนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาว่าจะลากยาวต่อไปมากขนาดไหน ซึ่งหากเจรจากันได้เร็ว และจบได้เร็ว สถานการณ์ราคาทองคำก็จะกลับมาปกติเร็ว