เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 4 มี.ค. ที่รัฐสภา น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา แถลงข่าวเรียกร้องไปยังรัฐบาลเรื่องบริหารจัดการสถานการณ์จากเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ว่า สหรัฐอเมริกาเปิดฉากสงครามกับอิหร่านมาแล้ว 5 วัน ปฏิบัติการนี้สั่นสะเทือนประเทศต่างๆ ทั่วโลก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพลังงาน น้ำมัน และแก๊สที่มีจำกัด ราคาแพง และอาจขาดแคลนในที่สุด นี่คือวิกฤติที่เริ่มจากพลังงาน และจะลุกลามไปเป็นวิกฤติเศรษฐกิจในไม่ช้า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบด้านพลังงานนี้มากที่สุดในอาเซียน เพราะประเทศไทยนำเข้าพลังงานที่คิดเป็น 4.7% ของ GDP ในขณะที่คนไทยกำลังตื่นตระหนกกับสถานการณ์นี้อย่างหนัก มีการเข้าคิวเติมน้ำมันกันแน่นทุกปั๊ม แต่รัฐบาลรักษาการยังไม่ขยับอะไร

น.ส.นันทนา กล่าวว่า ขอยกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ ที่เปิดมาตรการเชิงรุกในวันที่ 2 ของสงคราม และประกาศ 6 มาตรการ ได้แก่ รัฐบาลได้ออกเตือนประชาชนถึงความผันผวน และความยืดเยื้อของสถานการณ์ ที่ให้ประชาชนทุกคนเตรียมพร้อมรับ, แจ้งข้อมูลการรับมือกับภาวะการเงินการคลัง เงินเฟ้อ รวมถึงคาดการณ์ GDP ที่จะเกิดขึ้นด้วย, ประสานงานกับภาคเอกชน ลดต้นทุนการผลิต ปรับแผนการผลิต และวางแผนซัพพลายเชนใหม่, เดินหน้ากระจายฐานแหล่งนำเข้าพลังงานและเพิ่มปริมาณสำรองของพลังงานในประเทศ, เข้าไปดูแลเป็นพิเศษในเรื่องปริมาณ และการกระจายสินค้าอุปโภค บริโภค ที่อาจจะเกิดความตื่นตระหนกในการกักตุนสินค้า และหน่วยงานด้านเศรษฐกิจพิจารณามาตรการที่จำเป็นล่วงหน้าที่อาจให้ส่วนลดค่าสาธารณูปโภค ช่วยเหลือค่าขนส่ง นี่คือมาตรการที่ประเทศสิงคโปร์ออกมารับมือกับสถานการณ์เชิงรุกแบบรัฐบาลมืออาชีพ

น.ส.นันทนา กล่าวอีกว่า กลับมาที่ประเทศไทย รัฐบาลบริหารแบบพลัสๆ ขณะนี้คนไทยทั้งประเทศยังไม่ทราบว่า ปริมาณน้ำมันสำรองในไทยเหลืออยู่กี่วันแน่ เพราะบางคนบอก 60 วัน บางคนบอกมากกว่านั้น ซึ่งข้อมูลไม่ตรงกัน เรียกว่าอึมครึมแบบพลัสๆ ท่ามกลางวิกฤติพลังงาน แต่รัฐบาลกลับยืนยันส่งน้ำมันไปยังต่างชาติ รัฐบาลจะหาน้ำมันจากแหล่งใดมาทดแทนการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลาง ที่จะต้องเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ มาตรการประหยัดพลังงานของรัฐบาลเป็นอย่างไร จะเริ่มมาตรการเวิร์กฟรอมโฮมเมื่อไหร่ ให้ทุกคนช่วยกันประหยัดพลังงานเมื่อไหร่ ปัญหาสินค้าราคาสูงขึ้นและขาดแคลนจะมีมาตรการอย่างไร และในระยะยาวการจัดการเรื่องการชะงักงันทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นภาวะที่กำลังจะเกิดขึ้น คือ ข้าวของราคาแพง และคนไม่มีเงินซื้อ รัฐบาลช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชนอย่างไร และช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างไร

“เป็นปัญหาใหญ่ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ แต่รัฐบาลยังนิ่งเฉย เฉื่อยชา จะใช้วิธีการบริหารด้วยปากแบบเดิมๆ เหมือนสมัยที่เคยพูดว่า โควิดกระจอก แล้วเกิดความสูญเสียมหาศาล ดังนั้น ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่า ให้บริหารสถานการณ์สงครามนี้เชิงรุก โดยตั้งวอร์รูมระดมสมองภาครัฐ ภาคเอกชน หามาตรการในการจัดการพลังงานอย่างมืออาชีพ อย่าให้ประชาชนต้องตื่นตระหนก ช่วยตัวเองด้วยการกักตุนน้ำมัน สินค้า ต้องวางแผนช่วยเหลือประชาชน และผู้ประกอบการอย่างทันท่วงที วิกฤตินี้ใหญ่หลวง รัฐบาลต้องไม่ประมาท ไม่ชะล่าใจ อย่าปล่อยให้ชีวิตคนไทยกลายเป็นผู้ประสบภัยสงครามเอง” น.ส.นันทนา กล่าว