หลังจาก “เดลีโฟกัส” เกาะติดประเด็น โครงการพัฒนาลำตะคองในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา หรือที่ถูกตั้งชื่อใหม่ว่า “คลองชองเกชอนโคราช” ถูกวางให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเมืองโคราช ภายใต้แนวคิดปรับปรุงภูมิทัศน์ริมน้ำลำตะคอง ที่ผ่านพื้นที่อ.เมือง จ.นครราชสีมา ระยะทาง 2,500 เมตรให้สวยงาม คล้ายต้นแบบคลองฟื้นฟูเมืองของเกาหลีใต้ ใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น 238 ล้านบาท โดยเฟสแรก เสร็จแล้ว 118,739,600 บาท ท่ามกลางเสียงสะท้อนของชาวบ้านต่างวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีมุมมองของนักวิชาการ สำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงความสวยงาม แต่คือ การใช้ประโยชน์ และได้ สะท้อนอัตลักษณ์ ความเป็นเมืองนครราชสีมา ได้มากน้อยเพียงใด ไม่เช่นนั้นอาจถูกตั้งคำถาม ถึงความคุ้มค่างบประมาณของประเทศ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ชำแหละ! โครงการ ‘คลองชองเกชอนโคราช’ วาดภาพฝันแลนด์มาร์คท่องเที่ยว ตอน1

คุ้มค่าหรือไม่! วาดภาพฝันแลนด์มาร์ค ‘คลองชองเกชอน’ ริมน้ำลำตะคองเมืองโคราช’ ตอน 2

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ทีมข่าวเดลินิวส์ ติดต่อสัมภาษณ์ นายไพรัตน์ ทรงเย็น โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่ลำตะคอง บริเวณเทศบาลนครนครราชสีมา ระยะที่ 2 งบประมาณ 120 ล้านบาท กรมโยธาธิการฯได้มีหนังสือแจ้งมาที่จังหวัดแล้วว่า ได้รับจัดสรรงบประมาณมาแล้ว 120 ล้านบาท อยู่ในแผนจัดซื้อจัดจ้างของทางกรมจะได้ผู้รับจ้างในช่วงประมาณต้นเดือนมี.ค.นี้ สำหรับการดำเนินโครงการในระยะที่ 2  มีงบประมาณ 120 ล้านบาท จะมีการนำงบประมาณส่วนหนึ่งไปทำในเฟสแรก งานปูกระเบื้องพื้น ผนัง ราวกันตก เชื่อมระบบงานไฟฟ้าแสงสว่าง กล้องวงจรปิด และงานสถาปัตยกรรมอื่น ๆ เพื่อให้เกิดความสวยงาม

ส่วนดำเนินการในเฟส 2 ขยายระยะทางอีกประมาณ 750 เมตร ทำเป็นแนวเขื่อนป้องกันตลิ่งทรุดตัว ทำสะพานอีก 2 ตัว ทำราวกันตก ปรับปรุงภูมิทัศน์จัดสวนเชื่อมโยงกับเฟสที่ 1 เป้าหมายเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวแลนด์มาร์ค ชุดเช็กอินของเมืองนครราชสีมา กลายเป็นแนวทางเดินออกกำลังกายริมลำตะคอง ระยะทางยาว 2,500 เมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวของเมืองโคราช ซึ่งการใช้งบประมาณที่ได้มาเพิ่มอีก 120 ล้านบาท จะต้องดำเนินการบูรณาการงานก่อสร้างให้ครบถ้วนทั้ง 2 เฟส เมื่อโครงการแล้วเสร็จ ก็จะมีความสมบูรณ์สวยงามตามภาพโมเดลที่นำเสนอไปแล้ว งบประมาณ 120 ล้านบาท เป็นงบผูกพัน 3 ปี เมื่อได้ผู้รับจ้างแล้ว จะเร่งรัดให้ดำเนินการก่อสร้างตามรูปแบบรายการและระยะเวลาที่กำหนด คาดว่าภายในปี 2571 จะแล้วเสร็จสมบูรณ์

อย่างไรก็ดีเมื่อย้อนไปดูภาพโครงการในระยะแรก งบประมาณ 118 ล้าน บาท เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2564 ก่อสร้างเสร็จปี 2567มีความล่าช้ากว่า 2 ปี สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากผลกระทบสถานการณ์โควิด ผู้รับจ้างทำงานไม่เป็นไปตามแผนระยะเวลากำหนด รวมถึงขั้นตอนการเร่งรัดการขออนุญาตรุกล้ำลำน้ำลำตะคอง การขออนุญาตจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น ชลประทาน ต้องใช้ระยะเวลา จึงทำให้เกิดปัญหาความล่าช้า แต่โครงการในระยะที่ 2 ในส่วนขั้นตอนการขออนุญาตต่าง ๆ ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว จะช่วยให้ผู้รับจ้างสามารถดำเนินการก่อสร้างได้รวดเร็วขึ้น

ต่อข้อถามถึงประชาชนมองว่า เป็นการใช้จ่ายงบประมาณที่ค่อนข้างสูงเกินความจริง นายไพรัตน์ กล่าวชี้แจงว่า ที่จริงแบบแปลน รูปแบบโครงการ และงบประมาณ ที่ทางกรมโยธาธิการฯได้รับมานั้น มีรูปแบบงานก่อสร้าง ราคาต่อหน่วย และรายละเอียดต่าง ๆ เป็นการใช้ราคากลางอ้างอิงอย่างถูกต้อง ครบถ้วน งานก่อสร้างไม่ว่าจะเป็นการตอกเสาเข็ม งานกำแพงเขื่อนกั้นตลิ่ง กรมมีการตรวจสอบราคากลาง ราคาก่อสร้างต่อหน่วยถูกต้องและครบถ้วน จึงเป็นที่มาของงบประมาณเฟสแรก 118 ล้านบาท และเฟส 2 อีก 120 ล้านบาท ดำเนินการก่อสร้างในระยะทาง 2,500 เมตร จะเกิดประโยชน์สูงสุดตามวัตถุประสงค์อย่างแน่นอน

ส่วนประเด็นเรื่องคุณภาพน้ำลำตะคอง หากโครงการสำเร็จแล้ว จะเอื้อต่อการเป็นแหล่งท่องเที่ยวของเมืองนครราชสีมา จะมีปัญหาเรื่องน้ำท่วมน้ำแล้งหรือไม่นั้น หลังโครงการการสำเร็จแล้ว จะส่งมอบให้กับทางเทศบาลนครนครราชสีมาดูแล ซึ่งเทศบาลฯจะมีแผนบูรณาการเรื่องน้ำ เรื่องแหล่งท่องเที่ยว และอื่น ๆ รวมถึงการบริหารประตูเปิด-ปิดน้ำลำตะคอง เพื่อปรับระดับน้ำให้สอดคล้องกับแนวทางเดินออกกำลังกายริมคลอง ระยะทาง 2,500 เมตร การรักษาความสะอาดของพื้นที่ ดูแลคุณภาพน้ำ การระบายน้ำ เชื่อว่าทางเทศบาลฯมีแผนรองรับเรื่องนี้ เพื่อให้คลองลำตะคองกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจของเมืองโคราชในอนาคต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เอกสารกำหนดราคาประมาณการ โครงการพัฒนาพื้นที่ลำตะคอง ระยะที่ 2 งบประมาณ 120 ล้านบาท แยกเป็น1.งานเขื่อนป้องกันตลิ่งยาว 1 กม. 60ล้านบาท 2.งานก่อสร้างสะพานข้ามลำตะคองจุ ด A 2.5ล้านบาท 3.งานก่อสร้างสะพานทางเดินเชื่อมหน้าอ่างฯอัษฎางค์ 2ล้านบาท 4.งานก่อสร้างสะพานคนเดินข้ามอ่างฯอัษฎางค์ 5ล้านบาท 5.งานสถาปัตยกรรมทางเดินริมน้ำและรอบอ่างฯอัษฎางค์ 40ล้านบาท 6.งานก่อสร้างสวนสาธารณะบริเวณสะพานข้ามลำตะคอง 3ล้านบาท 7.งานปรับปรุงสวนสาธารณะบริเวณอ่างเก็บน้ำอัษฎางค์ 3.5ล้านบาท 8.งานระบบไฟฟ้าและแสงสว่าง 4 ล้านบาท

ทั้งนี้การดำเนินการในเฟส2 ยังต้องแบ่งงบไปดำเนินการงานตกแต่ง ปูกระเบื้อง ระบบไฟฟ้าของโครงสร้างเฟส1ให้สวยงาม อาจกลายเป็นข้อกังวลว่า น่าจะเป็นงานยากสำหรับผู้รับจ้างหรือไม่ เพราะงบประมาณค่อนข้างจำกัด อีกทั้งเป้าหมายโครงการระบุว่า จะทำแนวทางเดินออกกำลังกายริมลำตะคอง ระยะทาง2,500เมตร ซึ่งยังขาด/เหลืออีกกว่า1,025เมตร ยิ่งทำให้เกิดคำถามข้อสงสัยโครงการนี้ มีตัวเลขระยะทางดำเนินการกับตัวเลขระยะทางเป้าหมาย มีความสับสนหรือสลับซับซ้อน ที่สำคัญหากเสร็จสมบูรณ์แล้วจะได้ดังภาพวาดฝันเป็นจริงเหมือนต้นแบบที่ต้องการหรือไม่.

ติดตาม ตอนที่ 4 ได้ใน เดลีโฟกัส (DAILY FOCUS)