ความคืบหน้ากรณีกลุ่มคนร้ายอุ้มฆ่านายรุทธ์ มณีประเสริฐ หรือ “ท๊อป” ผู้จัดการบริษัทนำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา หลังมารดาเข้าแจ้งความคนหายเอาไว้ที่ สน.สุทธิสาร เพราะไม่สามารถติดต่อนายรุทธ์ได้ โดยมีภาพหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิด บริเวณลานจอดรถบ่อตกกุ้ง ซอยรัชดา 18 ในช่วงเช้าเวลา 06.24 น. ของวันที่ 18 ก.พ. 69 ปรากฏภาพชัดว่ามีการจัดฉากอุ้มนายรุทธ์ออกไปจากบ่อตกกุ้ง มุ่งหน้าจ.สมุทรปราการ กระทั่งเมื่อวานนี้ 3 มี.ค. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดตามไปจนพบศพนายรุทธ์ สภาพถูกเผาเหลือแต่โครงกระดูก อยู่ภายในห้องน้ำ บ้านร้างไร่ไบคาน อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี
ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 มี.ค. พล.ต.ต.เกียรติคุณ สนธิเณร ผบก.น.2 ระบุถึงความคืบหน้าทางคดีนี้ว่า ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างรอผลการตรวจพิสูจน์ยืนยันว่าผู้เสียชีวิตเป็นบุคคลเดียวกับนายรุทธ์หรือไม่ เบื้องต้นตำรวจคาดว่าเป็นบุคคลเดียวกัน แต่ต้องรอผลตรวจยืนยันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
ส่วนแนวทางการสืบสวนที่ผ่านมา ตำรวจขอศาลออกหมายจับในฐานความผิดร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นและกักขังหน่วงเหนี่ยวไปแล้ว รวม 8 คน สามารถจับกุมได้แล้ว 7 คน หลบหนีอีก 1 คน
โดยเบื้องต้นพบว่าทีมอุ้มชุดแรก 6 คน ได้อุ้มนายรุทธ์ไปตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา เพื่อไปยังบ้านเช่า อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ก่อนหมดหน้าที่ ซึ่งกลุ่มนี้อ้างว่าเจอนายภูเมธเพียงคนเดียว จากนั้นมีทีมอุ้มอีก 1 ชุด เข้ามารับช่วงต่อ ซึ่งยังไม่ทราบจำนวนที่ชัดเจน แต่มีนายภูเมธอยู่ในชุดที่ 2 แน่นอน โดยคาดว่าชุดที่ 2 มีการสังหารนายรุทธ์ที่ จ.สมุทรปราการ ในวันที่ 19 ก.พ. ตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้เข้าเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน รวมทั้งคราบเลือดที่บ้านเช่าดังกล่าวแล้ว แต่จุดนี้ไม่พบร่องรอยการเผา จึงอยู่ระหว่างขยายผลต่อว่าทีมอุ้มชุดที่ 2 ได้นำร่างนายรุทธ์ออกจาก จ.สมุทรปราการ ไปยังจุดใดต่อ แต่จากข้อมูลพบว่าได้มีการนำร่างนายรุทธ์ใส่รถ เดินทางไปยัง จ.นครสวรรค์ ต่อด้วย จ.เพชรบูรณ์ ก่อนที่จะมาพบร่างนายรุทธ์ถูกเผาไหม้เกรียมอยู่ที่บ้านร้าง อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี โดยที่เกิดเหตุยังพบผ้าปิดตา ผ้าปิดปาก มืออยู่ในลักษณะไพล่หลัง รวมทั้งยังมีผ้าห่อศพด้วย

นอกจากนี้ ชุดสืบสวนยังได้เชิญญาติผู้เสียชีวิต รวมทั้งผู้หญิงในคลิปที่ถูกถ่ายมาให้ปากคำเพิ่มเติมแล้ว โดยยืนยันว่าได้สอบปากคำในทุกประเด็นตั้งแต่เรื่องธุรกิจ เรื่องผลประโยชน์ ตลอดจนเรื่องชู้สาว
ส่วนผู้ร่วมก่อเหตุขณะนี้ ตำรวจได้มีการขยายผลนอกเหนือจากที่มีรายชื่อ 8 คน โดยมีรายงานว่ามีผู้ร่วมขบวนการเพิ่มอีก 3 คน ส่วนผู้ต้องหารายที่ 8 คือ นายภูเมธ ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้าง จากข้อมูลพบว่าเจ้าตัวมีการเคลื่อนไหวอยู่ที่ จ.นครพนม และ จ.หนองคาย คาดว่าเจ้าตัวน่าจะหลบหนีออกชายแดนไปฝั่งประเทศลาวแล้ว
สำหรับบุคคลที่ได้ประกันตัวในชั้นศาลแล้ว 2 คน วงเงินประกัน 20,000 บาท คือ นายเผ่าทอง และนายวีรวิชญ์ หากหลักฐานมีความชัดเจนว่าเป็นผู้ก่อเหตุจนทำให้ผู้เสียชีวิตเสียชีวิต ก็จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม

ส่วนสาเหตุการอุ้ม จากรายงานพบว่า ขบวนการอุ้มได้รับค่าจ้าง 300,000 บาท แต่นายภูเมธ ผู้สั่งการ ได้เน้นย้ำให้เอาโทรศัพท์มาให้ได้ โดยจะให้ค่าจ้างเพิ่มอีก 50,000 บาท ขณะนี้ตำรวจยังไม่ได้โทรศัพท์ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญ
นอกจากนี้ รายงานข่าวจากชุดสืบสวนทราบว่า ชนวนเหตุคือมีคนบงการใหญ่กว่านายภูเมธ ซึ่งเป็นผู้ชาย 1 คน เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุครั้งนี้ เนื่องจากผู้ชายคนดังกล่าวมีแฟนสาว ซึ่งไปมีความสัมพันธ์กับผู้เสียชีวิต และผู้เสียชีวิตได้ถ่ายคลิปไว้ ทำให้ฝ่ายชายเกิดความไม่พอใจ จึงไปว่าจ้างนายภูเมธหาทีมอุ้มฆ่า อย่างไรก็ตาม ตำรวจต้องติดตามตัวนายภูเมธ เนื่องจากเป็นกุญแจสำคัญที่จะระบุตัวผู้จ้างวานตัวจริงว่าเป็นใคร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับทั้ง 8 ราย ประกอบด้วย
- ว่าที่ร้อยตรีวีรวิชญ์ หรือขวัญ พิทักษ์ทรัพยากร อายุ 43 ปี อาชีพบอดี้การ์ด
- นายเผ่าทอง หรืออั้ม ทองวิไล อายุ 36 ปี
- นายอภิสิทธิ์ หรือปอร์น หนูงามเข็ม อายุ 25 ปี
- นายพงศ์สิทธิ์ หรือเป้ มลิพันธุ์ อายุ 30 ปี
- นายจักรพันธ์ หรือเจ สมเสร็จ อายุ 25 ปี
- นายบุญญพัฒน์ หรือสันติ ชุมนุม อายุ 25 ปี
- นายสิทธิโชค หรือแบ๊ค โชครัตนคีรี อายุ 29 ปี
โดยทั้ง 7 ราย ถูกจับกุมตัวส่งศาลอาญาแล้ว เหลือรายที่ 8 คือ ว่าที่ร้อยตรีภูเมธ หรืออาร์ท เงินศรีชัย อายุ 48 ปี ตำแหน่งประธานเครือข่ายความมั่นคง กทม. เขตพระโขนง (ชสท.กทม. เขตพระโขนง) และเป็นกรรมการ ศคร. ศสร. (ศูนย์เครือข่ายสัมพันธ์และโรงเรียนการกำลังสำรอง)



