เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศตามปั๊มน้ำมันหลายแห่งในพื้นที่จังหวัดพังงาเป็นไปอย่างคึกคักผิดปกติ ประชาชนจำนวนมากขับรถมาต่อแถวรอเติมน้ำมัน ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถตู้ รถบรรทุก 6 ล้อ และรถสามล้อเครื่อง โดยเฉพาะที่ ปั๊ม ปตท. สาขาคึกคัก, ปั๊ม ปตท. ตะกั่วป่า, ปั๊มบางจาก ตะกั่วป่า และ ปั๊มพีที กะปง พบว่าคิวยาวล้นออกมาบนถนนหน้าสถานีบริการ บางจุดทอดยาวกว่า 1 กิโลเมตร
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนความวิตกกังวลของประชาชนต่อกระแสราคาน้ำมันที่อาจปรับตัวสูงขึ้น หรือเกรงว่าจะเกิดภาวะขาดแคลน จึงเร่งเติมน้ำมันสำรองไว้ใช้
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจผลกระทบด้านการท่องเที่ยวที่ ปางช้างทองสุข หมู่ 1 ต.รมณีย์ อ.กะปง จ.พังงา พบว่าผู้ประกอบการหลายรายได้รับผลกระทบโดยตรง โดยเฉพาะธุรกิจรถตู้รับส่งนักท่องเที่ยว
นายประพันธ์ เช้าฉ้อง อายุ 53 ปี เจ้าของกิจการรถตู้ บริษัทอันซีน เปิดเผยว่า ต้องวิ่งรับส่งนักท่องเที่ยวระยะทางเฉลี่ยกว่า 350 กิโลเมตรต่อเที่ยว เพื่อนำนักท่องเที่ยวมาส่งยัง ปางช้างวาสนา ทำให้ใช้น้ำมันเฉลี่ยวันละ 800–1,000 ลิตร ต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
เช่นเดียวกับ นายสมพร รอดอุนา ผู้ประกอบการรถตู้ บริษัทน้ำผึ้ง ซึ่งรับนักท่องเที่ยวจาก ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต มาส่งยังพื้นที่ท่องเที่ยวในพังงา ระบุว่า ค่าเติมน้ำมันต่อเที่ยวจากเดิมประมาณ 1,800 บาท เพิ่มเป็น 2,400 บาท ส่งผลกระทบต่อกำไรและการบริหารต้นทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ด้านนายวาสนา ทองสุข อายุ 61 ปี เจ้าของปางช้างทองสุข กล่าวว่า น้ำมันถือเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินกิจการ ทั้งการรับส่งนักท่องเที่ยว และการใช้เครื่องจักรขนวัสดุภายในพื้นที่ แต่ขณะนี้ต้องต่อคิวยาว บางครั้งรอจนกระทั่งน้ำมันหมด ไม่สามารถเติมได้เต็มตามต้องการ ล่าสุดสามารถซื้อน้ำมันได้เพียง 20 ลิตรเท่านั้น
นอกจากนี้ ปางช้างยังจำเป็นต้องใช้น้ำมันเบนซินสำหรับเครื่องสูบน้ำ เพื่อนำน้ำเข้าบ่อให้ช้างได้เล่นคลายร้อน หากน้ำมันไม่เพียงพอจะกระทบต่อสวัสดิภาพสัตว์โดยตรง ขณะเดียวกัน รถตู้ที่มารอรับส่งนักท่องเที่ยวต้องจอดรอคิวนาน ส่งผลให้ตารางท่องเที่ยวสะดุด ปัจจุบันจึงต้องให้ควาญช้างใช้รถสามล้อออกไปตัดหญ้าและผลไม้มาเลี้ยงช้างทดแทนไปก่อน
เจ้าของปางช้างกล่าวด้วยความกังวลว่า หากน้ำมันเบนซินขาดตลาดจริง จะได้รับผลกระทบเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ และยังไม่ทราบว่าสถานการณ์จะยืดเยื้ออีกนานเพียงใด พร้อมวิงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลเสถียรภาพราคา และพิจารณาผ่อนปรนกรณีการเติมน้ำมันใส่แกลลอนสำหรับผู้ใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ เช่น รถแบ็กโฮ ที่จำเป็นต้องนำน้ำมันไปใช้งานนอกสถานีบริการ
สถานการณ์คิวยาวหน้าปั๊มในครั้งนี้ จึงไม่เพียงสะท้อนความกังวลของประชาชน แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนถึงภาคท่องเที่ยวและผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างชัดเจน ท่ามกลางความหวังว่าวิกฤตน้ำมันจะคลี่คลายในเร็ววัน



