ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีคิวยกพลไปเยือนถิ่น เซนต์ เจมส์ ปาร์ก ของ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด โดยในการพบกันนัดแรกที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อเดือนธ.ค. “ผีแดง” คว้าชัยมาได้ก่อน 1-0

ครึ่งแรกทั้ง 2 ทีมสู้กันได้อย่างสนุก โดยในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 45+1 นิวคาสเซิล ต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนเมื่อ จาค็อบ แรมซีย์ โดนใบเหลืองที่ 2 ข้อกาเจตนาพุ่งล้มเอาจุดโทษ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 45+6 นิวคาสเซิล มาได้จุดโทษจริง ๆ เมื่อ บรูโน แฟร์นันด์ส ไปทำฟาวล์ แอนโธนี กอร์ดอน และก็เป็น กอร์ดอน ที่ลุกขึ้นมายิงเข้าไปให้ “สาลิกาดง” ออกนำก่อน 1-0 ทว่าในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 45+9 แมนฯ ยูไนเต็ด ตามตีเสมอเป็น 1-1 ได้อย่างเหลือเชื่อ เมื่อ แฟร์นันด์ส เปิดฟรีคิกให้ กาเซมิโร โหม่งจมตาข่าย

เข้าสู่ครึ่งหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่มีตัวผู้เล่นมากกว่า เดินหน้าบุกเต็มตัว และมีโอกาสลุ้นประตูจะ ๆ จากการโหม่งของ เลนี โยโร ในนาทีที่ 75 แต่ อารอน แรมส์เดล โชว์ซูเปอร์เฟซฟปัดออกมาได้อย่างเหลือเชื่อ
กระทั่งนาทีที่ 90 หายนะจึงมาเยือน “ปิศาจแดง” เมื่อ คีแรน ทริปเปียร์ วางบอลยาวให้ วิลเลียม โอซูลา กองหน้าตัวสำรอง ควบตามไปเอาบอลก่อนจะลากเข้าไปปั่นโค้งเข้าประตูไปอย่างสุดงามส่งให้ นิวคาสเซิล แซงชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด หวุดหวิด 2-1 มี 37 คะแนนจาก 29 นัดอยู่ที่ 13 ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด ที่แพ้เป็นเกมแรกในยุคของ ไมเคิล คาร์ริค มี 52 คะแนนยังอยู่ที่ 3.
ภาพ gettyimages



