กระแสเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นทั่วโลก กำลังผลักดันให้อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ต้องปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจและห่วงโซ่อุปทานให้สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่

ดังที่ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ‘GGC Taking the Future’ โดยบูรณาการความยั่งยืนเข้ากับธุรกิจ พร้อมพัฒนาโมเดล ‘ปาล์มคาร์บอนต่ำ’ เพื่อยกระดับการผลิตวัตถุดิบชีวภาพให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

โดยกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การยกระดับความสามารถการแข่งขันด้านต้นทุน (Take Cost Competitiveness) การสร้างการเติบโตผ่านผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (Take Growth & Value) และการบูรณาการความยั่งยืนเข้ากับธุรกิจ (Take Sustainability Forward) ซึ่งเป็นกรอบหลักในการผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจเคมีสีเขียวในระยะยาว
หนึ่งในโครงการที่น่าจับตาคือการพัฒนาระบบนิเวศปาล์มน้ำมันคาร์บอนต่ำ ผ่านโครงการนำร่องปลูกปาล์มเพื่อสร้างคาร์บอนเครดิตบนพื้นที่ประมาณ 5,000 ไร่ ใน 4 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ ตรัง พังงา และชุมพร แนวคิดดังกล่าวมุ่งบริหารจัดการสวนปาล์มให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดกระบวนการผลิต แตกต่างจากแนวทางปลูกป่าเพื่อดูดซับคาร์บอนแบบทั่วไป โดยยังคงบทบาทของพื้นที่เกษตรกรรมควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
เบื้องต้นคาดว่าพื้นที่โครงการสามารถสร้างคาร์บอนเครดิตได้ราว 1.7-1.8 ตันคาร์บอนต่อไร่ ซึ่งนอกจากจะเป็นการสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรในระยะยาวแล้ว ยังเปิดโอกาสให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มเติมจากคาร์บอนเครดิต พร้อมช่วยสร้างแรงจูงใจให้ภาคเกษตรปรับตัวสู่การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
นอกจากนี้ยังพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) เพื่อให้สามารถติดตามแหล่งที่มาของวัตถุดิบได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ระดับเกษตรกร โรงสกัด ไปจนถึงกระบวนการผลิตในโรงงาน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการรองรับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมของตลาดโลก โดยเฉพาะมาตรการ EUDR ของสหภาพยุโรปที่กำหนดให้สินค้าเกษตรต้องสามารถยืนยันได้ว่าไม่ได้มาจากพื้นที่ตัดไม้ทำลายป่า
ขณะเดียวกัน GGC ยังดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรม ผ่านโครงการก๊าซชีวภาพและการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการลดคาร์บอนของอุตสาหกรรมพลังงานและเคมีภัณฑ์ทั่วโลก

‘กฤษฎา ประเสริฐสุโข’ กรรมการผู้จัดการ GGC กล่าวว่า บริษัทมีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจที่วางไว้ ผ่านการเสริมศักยภาพองค์กรควบคู่กับการขับเคลื่อนแนวคิด ‘GGC Taking The Future’ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบคาร์บอนต่ำและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิต เพื่อรองรับทิศทางเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของโลก
การพัฒนาวัตถุดิบคาร์บอนต่ำยังเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างธุรกิจไปสู่ผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพ (BioChemicals) ซึ่งครอบคลุมทั้งส่วนผสมสำหรับอาหารและอาหารสัตว์ สารตั้งต้นในอุตสาหกรรมยา ส่วนประกอบสำหรับเครื่องสำอาง ตลอดจนเคมีชีวภาพสำหรับภาคเกษตรและอุตสาหกรรมสีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ในเชิงเศรษฐกิจ การพัฒนาโมเดลปาล์มคาร์บอนต่ำยังช่วยเพิ่มมูลค่าห่วงโซ่อุปทานปาล์มน้ำมันของไทย จากการเชื่อมโยงภาคเกษตรกับตลาดคาร์บอนและอุตสาหกรรมเคมีชีวภาพ ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตตามความต้องการสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในตลาดโลก
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ที่กำลังมุ่งสู่การใช้วัตถุดิบชีวภาพและระบบการผลิตคาร์บอนต่ำ ควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทยให้สอดรับกับข้อกำหนดด้านความยั่งยืนของตลาดโลก พร้อมทั้งเสริมความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น



