เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “นายนันทิวัฒน์ สามารถ” อดีตเลขานุการ รมว.การต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ได้ออกมาโพสต์ข้อความแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งที่มีแนวโน้มขยายตัวรวดเร็วลงเฟซบุ๊ก Nantiwat Samart โดยชี้ว่าเหตุการณ์โจมตีและการตอบโต้ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง
โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า “สงครามขยายตัว ท่าจะหยุดไม่อยู่ สงครามขยายตัวแล้ว เรือรบอิหร่าน กลับจากร่วมฝึกซ้อมรบกับอินเดียอยู่ในระหว่างเดินทางกลับประเทศ ถูกยิงจากเรือดำน้ำอเมริกัน ได้รับความเสียและจมลงในมหาสมุทรอินเดีย ลูกเรือได้รับความช่วยเหลือจากกองเรือศรีลังกา ปลัดกระทรวงการต่างประเทศอินเดียยืนยันว่า เรือรบทุกลำที่มาร่วมฝึกซ้อมรบต้องไม่นำกระสุน และจรวดหรือตอร์ปิโดมาด้วย นั่นเท่ากับว่า เรือรบของอิหร่านลำนี้ไม่มีทางเป็นภัย”

“ต่อกองเรืออเมริกัน นี่คือการยิงเรือรบที่ไม่มีทางสู้ และบนเส้นทางที่ภาษากฎหมายทางทะเลเรียกว่า Innocent Passage หรือการเดินทางผ่านโดยสุจริต ประกาศสำคัญ เป็นการยิงเรือรบนอกพื้นที่ปฎิบัติการสู้รบ หลังเหตุการณ์ อิหร่านตอบโต้เอาคืนทันที ด้วยการยิงทำลายเรือบรรทุกน้ำมันของสหรัฐทางตอนเหนือของอ่าวเปอร์เชีย ที่จอดบริเวณท่าเรือของคูเวต ไฟลุกไหม้เสียหาย”
นอกจากนั้น “อิหร่านได้ทำลายท่อส่งน้ำมันดิบที่มาจากอาเซอร์ไบจานพาดผ่านจอร์เจียมาสู่อิสราเอลได้รับความเสียหาย ซึ่งเป็นปริมาณน้ำมันมากถึง 30% ที่นำเข้าอิสราเอล น่าสังเกตว่า ยุทธศาสตร์การตัดท่อน้ำเลี้ยง พลังงานของอิหร่านต่อศัตรูในภูมิภาค ทั้งการโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน คลังน้ำมัน ฐานขุดเจาะน้ำมัน ท่อส่งน้ำมัน ประมาณว่า อิหร่านส่งออกน้ำมันไม่ได้ คนอื่นก็ไม่ต้องส่งออกเหมือนกัน”
อย่างไรก็ตาม “ประการสำคัญ อิหร่านยังไม่ได้แสดงท่าทีว่า ของใกล้หมด แม้จำนวนการยิงอาจจะลดลงแต่ยังยิงอยู่เรื่อยๆ ทำลายอิสราเอลซึ่งเป็นภัยสำคัญที่สุดให้ง่อยเปลี้ยเสียขา ต้องใช้เวลาอย่างมากในการฟื้นฟูประเทศและการสร้างอาวุธลอตใหม่เพิ่มเติม เพื่อลดภยันตรายของอิสราเอลคู่ต่อสู้ที่สำคัญในภูมิภาค”
ขอบคุณข้อมูล : Nantiwat Samart



