กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์เพียงชั่วข้ามคืนสำหรับดราม่าฟาดสาวนักไลฟ์ยั่วยวนสามี ทำเอาคนจับตามองความสัมพันธ์ของหนุ่ม นาวิน ต้าร์ และภรรยาสาว น้ำหวาน พัสวี ว่าจะอยู่หรือหย่ากัน เพราะมีคนเห็นควงแขนไปสำนักงานเขตฯ ด้วย งานนี้คนเลยวิจารณ์และจับตามองหนักมาก

ล่าสุดน้ำหวาน พร้อมทนายออกมาแถลงข่าวแล้ว เล่าทุกเรื่องในใจ

น้ำหวาน เล่าว่า “น้ำหวานพูดตรง คุยกันไม่ได้ พ่อแม่มาคุยให้ถึงมีครอบครัวเราอยู่ในตอนนี้ ตลอดเวลาแต่งงานมา พ่อแม่ก็บอกว่าไม่เคยเจอเหมือนกัน มันเลยเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ครอบครัวเรารับการสถานการณ์นี้ยาก ด้วยอารมณ์ที่น้ำหวานโมโหจริงๆ น้ำหวานไม่ต้องการอะไรแล้ว น้ำหวานดูแลลูกได้ อยากเอาตัวเองออกมาจุดตรงนั้น ไม่อยากเจออีกแล้ว เขาคือใครไม่รู้ แต่สามีเราต้องปกป้องเรา เรายืนยันทุกไลฟ์ว่าโกรธสามีตัวเอง ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมีความสุข ไม่เคยเจอเลย แต่งงานกันมา 9-10 ปีแล้ว กับแฟนคลับเรามีงานทุกปี คำว่าตัวสั่นพูดเหมือนกัน แต่คนละกิริยาอาการกัน ไม่ใช่สามีของน้ำหวานเป็นศิลปิน เป็นคนของประชาชน ที่จะรับได้ทุกกรณี น้ำหวานเชื่อว่าพี่ๆ ทุกคนเข้าใจ เท่าที่ทราบมีสามีเช่นกัน ไม่ให้เกียรติสามีคุณเลยเหรอ ถ้าได้ดูว่าประชุมกัน น้ำหวานบอกเลยว่าดูไม่ได้ คำว่า ผัวทุกคน เขาใช้คำว่า ทุกคนอยากได้ พอสามีแห่งชาติผู้ชายคนนี้ดี ทุกคนชอบในอุดมคติ ไม่ใช่อยากได้คนๆ นี้มาเป็นสามีตัวเอง ถ้าน้ำหวานเป็นคนที่อะไรนิดหน่อยก็คือเราอยู่กับพี่ต้าร์ตลอด ติดต่อผ่านน้ำหวานนะคะ อยากจะเจอ เอาดอกไม้มาให้ น้ำหวานดูแลหมด น้ำหวานโทรศัพท์ไม่เคยแตะ พี่ต้าร์ไปไหนก็ไม่เคย น้ำหวานขอทำงานเลี้ยงลูกเท่านั้นเอง”

“น้ำหวานให้เกียรติสามี ถ้าหึงคงตาม คงเช็ก แล้วตลอดเวลาที่ผ่านมา ผู้ชายแบบพี่ต้าร์มีเกียรติพอ ไว้ใจได้ ไม่ต้องหึงหวง แต่วันนี้ที่เกิดขึ้น ไม่ได้หึงว่าเขาจะไปชอบคนนี้หรืออะไร พี่ต้าร์หันหน้าหนี อะไรที่น้ำหวานพูด น้ำหวานเป็นลูกข้าราชการ เราไม่อยากให้พ่อแม่เดือดร้อน น้ำหวานไม่เอาครอบครัวมาสร้างเรื่องโกหกเพื่อดัง ไม่จริงเลยค่ะ”

น้ำหวาน เผยว่า “เรื่องไปสำนักงานเขต ด้วยอารมณ์ที่น้ำหวานโมโหจริงๆ คือน้ำหวานไม่ได้ต้องการอะไรแล้ว น้ำหวานคิดว่าดูแลลูกได้ น้ำหวานอยากที่จะเอาตัวเองออกมาจากจุดตรงนั้น ในอนาคต น้ำหวานไม่อยากเจอเรื่องนี้อีกแล้ว ตอนแรกจะไปหย่า แต่เขาบอกว่าต้องมีพยาน ไม่มีใครเป็นพยานให้ ก็เลยโทรฯ ตามพ่อแม่ก็เลยให้เขา เพราะน้ำหวานต้องการเรื่องบุตร คิดไปไกล คิดเหมือนคนบ้า ต้องให้น้ำหวาน น้ำหวานหวงลูก ถึงแม้มีพี่เลี้ยงเราทำอาหารให้เอง ลูกน้ำหวานเราส่งไปเอง เราดูแลลูกเอง เราคือครอบครัวจริงๆ แล้วมันมีกันอยู่แค่นี้ คุณพ่อคุณแม่พี่ต้าร์ พ่อแม่สามีรักน้ำหวานมาก พูดให้คิด แต่ตอนนี้ขออยู่ในจุดที่หาสติของตนเองให้ดีกว่านี้ ผู้ใหญ่พูดให้คิด แต่ว่าแนวคิดน้ำหวานยังไม่ได้เปลี่ยนใจที่จะไม่หย่า น้ำหวานก็พูดตรงๆ กับพ่อแม่ น้ำหวานอาจจะหุนหันพลันแล่นเพราะไม่เคยเจอ แต่ถ้าคนเคยเจอจะมีภูมิคุ้มกันไหมคะ พี่ต้าร์ก็ใช้คำว่าต้องไป น้ำหวานไม่ยอม แน่นอนพี่ต้าร์ไม่อยากให้ไปถึงจุดนั้น เขาก็บอกว่าน้องรับไม่ได้ น้ำหวานไม่รู้ใจเขานะ มันเสียใจ ไม่รู้ตัวเองเลย อยู่ด้วยกันค่ะ มีพ่อแม่น้ำหวานและพี่ต้าร์อยู่ด้วย พี่ต้าร์พยายามง้อค่ะ เขารู้ว่าน้ำหวานโฟกัสเรื่องงาน เขาพยายามถามเรื่องงาน เรื่องลูก แต่พ่อแม่ต้องคุยกันอยู่แล้วเรื่องลูก เราเห็นความพยายามพี่ต้าร์ แต่รู้สึกว่า (นิ่งคิด) มันเพิ่งเกิด 2-3 วันเอง น้ำหวานขอเวลา อาจจะไม่ได้ตัดสินใจถูก คนทุกคนมีอารมณ์ และขอเวลาน้ำหวานหน่อย พี่ต้าร์บอกเขาจะจัดการ และทำให้ทุกอย่างดีขึ้น”

“เรื่องดำเนินคดี ประกาศชัดเจน ใครบอกน้ำหวานจะฟ้องขอหลักฐาน คนที่จะฟ้องเป็นการโดนโกงเงินหลาย 10 ล้าน เงินมีค่า หาเลี้ยงครอบครัว แต่อะไรที่ไม่มีค่า ก็นะ ค่าทนายราคาสูง ไม่ได้คิดฟ้อง ต่างคนต่างอัดเอาเปิดเลย คิดว่าไม่มีฟ้อง เอาหลักฐานมาเลย น้ำหวานบอกปล่อยให้สังคมลงโทษ อันนี้พิมพ์ด้วย น้ำหวานไม่ได้บอกว่าจะฟ้อง เราบอกว่าให้สังคมลงโทษดีกว่า เพราะมันเป็นมาตรฐานของสังคมไทยอยู่แล้ว อยู่บ้านเดียวกันค่ะ ถามว่าอึดอัดไหม คือปกติน้ำหวานทำงานตี 2 ตี 3 อยู่แล้ว มาส่งลูกตอนตี 5 เราทำงานกันทั้งครอบครัว แต่เราไปเที่ยวกันปล่อย เวลาแต่ละวันเจอกันน้อย ไปเที่ยวกัน 2 อาทิตย์ครั้ง ทำงานหนัก เรามีลูก 3 คน ที่คนมองว่าเรื่องครอบครัวทำไมเอามาออกสื่อ น้ำหวานไลฟ์ทุกวัน ขายของ งานหลักน้ำหวานเครียดมากอยู่แล้ว น้ำหวานไลฟ์แล้วรู้จักกันแบบขนาดกินข้าวกัน กลุ่มมันสนิทกัน เราระบายเพราะไม่อยากให้พ่อแม่รู้ ลูกพยายามตัดเลย แล้วเราจะมีใครพูดได้ คือกลุ่มนี้คือเพื่อนที่คุยกันทุกวัน เหมือนเป็นสังคมเล็กๆ ที่น้ำหวานคุยได้ทุกเรื่อง”