ปัญหาทางด้านการศึกษาของเยาวชนผู้อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนและพื้นที่ห่างไกลที่ถูกเรียกว่ากลุ่มเปราะบาง นั้น เป็นประเด็นที่สะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างในสังคมไทย เพราะเด็กกลุ่มนี้ต้องเผชิญกับข้อจำกัดในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรทางการศึกษา บุคลากรครูที่มีคุณภาพ หรือโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการเรียนรู้
เพื่อสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่เยาวชนกลุ่มนี้ วิทยาลัยดุสิตธานี สถาบันการศึกษาชั้นแนวหน้าในเครือโรงแรมดุสิตธานี จึงได้ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน จัดโครงการ “สร้างโอกาส เสริมอาชีพ พัฒนาสถานศึกษาในพื้นที่ห่างไกล” ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2567 ต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ที่เป็นปีที่ 3 โดยเมื่อวันที่ 6-7 มีนาคม 2569 วิทยาลัยดุสิตธานีและสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันก็ได้เดินหน้าจัดโครงการสร้างโอกาส เสริมอาชีพ พัฒนาสถานศึกษาในพื้นที่ห่างไกล ปีที่ 3 ขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นความสำเร็จและผลสัมฤทธิ์ของโครงการนี้ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา โดยครั้งล่าสุดนี้ยังได้ขยายการบ่มเพาะทักษะไปยังครูผู้สอนด้วย

พิธีเปิดโครงการในปีนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ณ ห้องศรีนครินทร์ฮอลล์ วิทยาลัยดุสิตธานี กรุงเทพฯ โดยพลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเหมือนเช่นทุกครั้ง พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากทั้งสองสถาบัน คณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนที่เข้าร่วม ซึ่งปีนี้มีจำนวนมากขึ้นจากปีก่อน โดยเพิ่มจาก 4 โรงเรียน เป็น 8 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนอุดมสิทธิศึกษา โรงเรียนหนองปรือพิทยาคม โรงเรียนทองผาภูมิวิทยา โรงเรียนศรีสวัสดิ์พิทยาคม โรงเรียนร่มเกล้า โรงเรียนบ้านห้วยเสือ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติฯ และโรงเรียนเทพศิรินทร์ลาดหญ้า ซึ่งโรงเรียนเหล่านี้ล้วนตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลบริเวณชายแดนไทยของจังหวัดกาญจนบุรี เช่น อำเภอสังขละบุรี อำเภอทองผาภูมิ และอำเภอศรีสวัสดิ์

พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา กล่าวว่า รู้สึกชื่นชมยินดีกับโครงการนี้ เพราะสอดคล้องกับพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงมุ่งหวังให้เยาวชนไทยทุกพื้นที่มีอาชีพและมีงานทำ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสที่เท่าเทียมในสังคม ซึ่งโครงการนี้จะไม่มีทางประสบความสำเร็จได้เลย ถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังและต่อเนื่องจากวิทยาลัยดุสิตธานีและสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน

ขณะที่ รองศาสตราจารย์ ดร.เสถียร ธัญญศรีรัตน์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน กล่าวสมทบว่า สถาบันเทคโนโลยีปทุมวันมีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี แต่เมื่อไปสำรวจโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลก็พบว่า เยาวชนยังให้ความสนใจวิชาชีพในอุตสาหกรรมอื่นๆ ด้วย เช่น อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ ทางสถาบันฯ จึงจัดสรรงบประมาณยุทธศาสตร์ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามาจัดโครงการฝึกฝนทักษะที่กรุงเทพฯ ให้แก่นักเรียน เพื่อให้พวกเขาได้มีประสบการณ์การเรียนรู้กับสถาบันการศึกษาที่มีมาตรฐานและคุณภาพอย่างเช่นวิทยาลัยดุสิตธานี

ทางด้าน ดร.อรรถเวทย์ พฤกษ์สถาพร อธิการบดีวิทยาลัยดุสิตธานี กล่าวว่า วิทยาลัยดุสิตธานีตั้งขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นสถาบันชั้นนำที่ผลิตบุคลากรคุณภาพในอุตสาหกรรมการบริการ เรามุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานการศึกษา และส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง เพื่อให้นักศึกษาสามารถแข่งขันในตลาดแรงงานระดับสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพตามปณิธานของท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ผู้ก่อตั้ง อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการบริการวิชาการและการช่วยเหลือสังคม ผ่านการพัฒนาทักษะอาชีพ การอบรมวิชาชีพ การทำงานวิจัยเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรม ตลอดจนกิจกรรมอื่นๆ ที่ช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนและกลุ่มเปราะบาง อันเป็นที่มาของความร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันในการจัดทำโครงการนี้ขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ดังกล่าว

โครงการในปีนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “วัตถุดิบท้องถิ่น: กระเจี๊ยบแดง” ประกอบด้วยเวิร์กช็อป เช่น การจัดดอกไม้กรวยใบตอง การผสมเครื่องดื่มม็อกเทล การประกอบอาหารข้าวคลุกน้ำพริกดอกกระเจี๊ยบ ฯลฯ โดยได้ขยายจำนวนการรับนักเรียนเพิ่มขึ้นจาก 40 คนเป็น 63 คน และยังขยายโอกาสในการพัฒนาไปยังกลุ่มครูผู้สอนอีก 10 คน จาก 8 โรงเรียนที่เข้าร่วม นอกจากนี้วิทยาลัยดุสิตธานียังมอบทุนการศึกษาเต็มจำนวน ทุนคุณขวัญแก้ว วัชโรทัย จำนวน 1 ทุน ให้แก่นักเรียนจากโรงเรียนบ้านห้วยเสือ เพื่อเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี สาขาศิลปะการประกอบอาหาร ในปีการศึกษา 2569 ด้วย



