เมื่อวันที่ 8 มี.ค. นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวความรุนแรงในตะวันออกกลาง ว่า โดยรวมในภูมิภาคยังคงมีความรุนแรง มีการแลกเปลี่ยนการโจมตีด้วยขีปนาวุธ และโดรน โดยเฉพาะในอิหร่าน อิสราเอล บาห์เรน คูเวต เลบานอน ซึ่งถูกโจมตีในหลายพื้นที่ขณะเดียวกันอิหร่านส่งสัญญาณว่าจะไม่โจมตีประเทศอื่นในภูมิภาค จะมุ่งเป้าเฉพาะฐานทัพสหรัฐอเมริกาเท่านั้น โดยกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านออกแถลงการณ์ย้ำว่าเป็นการป้องกันตนเอง และจะตอบโต้จนกว่าการโจมตีอิหร่านจะยุติลงหรือจนกว่าคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจะดำเนินการตามหน้าที่
อย่างไรก็ตามยังต้องจับตาดูการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค ซึ่งล่าสุดมีรายงานใช้โดรนโจมตีคลังเก็บน้ำมันในคูเวตและมีการโจมตีโรงผลิตน้ำจืดในบาห์เรนด้วย ขณะเดียวกันประธานาธิบดีสหรัฐ ระบุว่าจะโจมตีอิหร่าน อย่างหนักและอาจพิจารณาขยายเป้าหมายไปยังพื้นที่ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้อยู่ในขอบเขตของการโจมตี ซึ่งส่งผลกระทบให้สถานการณ์ยังคงตึงเครียดและไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่อง
สำหรับสถานการณ์การเปิดปิดน่านฟ้าในปัจจุบัน แม้กาตาร์ยังคงปิดน่านฟ้า แต่สายการบิน Qatar Airways เริ่มให้บริการเส้นทาง บริการฉุกเฉินเพื่อขนส่งสินค้าและอพยพผู้โดยสารที่ตกค้างบางส่วนแล้ว และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่าคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ดีเนื่องจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนสูง กระทรวงการต่างประเทศจึงขอเรียกร้องให้คนไทยอพยพออกจากพื้นที่ที่มีความเสี่ยงโดยเร็วที่สุด นอกจากนั้นยังขอให้ท่านแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อให้กับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบด้วย
สำหรับความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ อิหร่าน ซึ่งคนไทยกลุ่มแรกจากกรุงเตหะราน และเมืองกลุ่มรวมทั้งสิ้น 62 คน เดินทางโดยรถยนต์ถึงตุรกีแล้วเมื่อช่วงค่ำเมื่อวานนี้ด้วยความปลอดภัย โดยมีทีมงานจากกรมการกงสุลและสถานเอกอัครราชทูต กรุงอังการาให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวกในการเข้าเมือง หลังจากนั้นคณะทั้งหมดได้เข้าที่พัก เพื่อรอเดินทางกลับ ด้วยเครื่องบินมายังประเทศไทย 2 กลุ่ม กลุ่มแรกจะเดินทางถึงประเทศไทยในวันที่ 9 มี.ค. กลุ่มที่ 2 เดินทางถึงประเทศไทยในวันที่ 10 มี.ค. ส่วนคนไทยในอิหร่านกลุ่มที่ 2 จะเดินทางทางบก จากอิหร่านในวันที่ 10 มี.ค.ไปยังตุรกีโดยกรมการกงสุล เอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา กำลังประสานงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ปฏิบัติการครั้งนี้ประสบผลสำเร็จด้วยดี ทั้งนี้การอพยพคนไทยในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบให้ออกจากพื้นที่อันตรายในโอกาสแรก
สำหรับพื้นที่ตุรกี สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ยังมีภารกิจที่ชายแดนอีกด่านเพื่อรอรับคนไทยที่อพยพออกจากอิรักซึ่งอยู่ในการดูแลของเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน โดยคนไทยในอิรักได้เดินทางข้ามแดนเข้าตุรกีที่เมืองมาร์ดินเรียบร้อยแล้ว 3 รอบ รวมทั้งสิ้น 18 คน โดยรอบล่าสุดเมื่อคืนนี้จำนวน 10 คน และหลังจากนั้นจะเดินทางจากนครอิสตันบูลของตุรกีเพื่อกลับประเทศไทยต่อไป
ประเทศกาตาร์ การที่สายการบิน Qatar Airways เริ่มให้บริการเส้นทางบริการการบินฉุกเฉินแล้วเพื่อส่งสินค้าและอพยพผู้โดยสารตกค้างนั้นในวันนี้ก็จะทำการบินนำผู้โดยสารที่ตกค้างในหลายเมืองในยุโรปและจากกรุงเทพฯ กลับไปยังกรุงโดฮาเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ดีกาตาร์ยังคงปิดน่านฟ้าสำหรับเที่ยวบินพาณิชย์ทั้งหมด
“โดยรวมทั้งหมดขณะนี้มีคนไทยที่ติดค้างในตะวันออกกลางที่ได้รับความช่วยเหลือและเดินทางกลับประเทศไทยแล้วทั้งหมด 292 คน ส่วนประเทศอื่นๆ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่จะคงอำนวยความสะดวกดูแลให้คำแนะนำคนไทยที่ประสงค์กลับประเทศและประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อเร่งรัดกระบวนการต่อไป” นายปาณิดล กล่าว และว่า ขอย้ำว่าการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกของทุกภาคส่วนสามารถกระทำได้ แต่ในห้วงที่สถานการณ์ยังคงมีความเปราะบาง การนำเสนอเนื้อหาข่าว หรือข้อมูลต่อสาธารณชนควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะเมื่อยังมีคนไทยอยู่ในพื้นที่ ซึ่งความปลอดภัยของพี่น้องคนไทย คือสิ่งที่มีความสำคัญสูงที่สุดในขณะนี้.



