เมื่อวันที่ 9 มี.ค. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีมีนักวิจารณ์ทางการเมืองบางคนให้ความเห็นผ่านสื่อมวลชน โดยพยายามจะพาดพิงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สอบสวนกรณีกระทรวงดีอีได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ระหว่างกระทรวงดีอี กับบริษัทสิงคโปร์แห่งหนึ่ง และกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตรวจสอบแผนการใช้งบประมาณโครงการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้ง และฝนทิ้งช่วงปี 2568 ซึ่งมีการให้ความเห็นในรายการโทรทัศน์แห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ตรวจสอบอย่างชัดเจนแล้วว่าทั้ง 2 กรณีอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของดีเอสไอ และ ป.ป.ช. โดยที่ยังไม่เป็นคดี และยังไม่มีการสรุปสำนวนการสอบสวน หรือชี้มูลความผิดกับใครใดๆ ทั้งสิ้น 

สำหรับกรณีเอ็มโอยูกับบริษัทจากสิงคโปร์นั้น ตนได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับทางดีเอสไอโดยละเอียด และชัดเจนไปแล้วว่าเป็นเพียงการได้รับเชิญไปร่วมเป็นสักขีพยานของการลงนามระหว่างกระทรวงดีอี กับบริษัทจากประเทศสิงคโปร์ตามปกติ ซึ่งเอ็มโอยูดังกล่าวได้ผ่านการตรวจสอบของหน่วยงานต่างๆ ตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว ไม่มีเรื่องการสแกนม่านตา และไม่ได้ระบุถึงเงื่อนไขการให้สิทธิพิเศษ หรืออำนวยความสะดวกพิเศษใดๆ ทั้งสิ้น 

นายประเสริฐ กล่าวว่า กรณีการตรวจสอบแผนการใช้งบประมาณโครงการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงปี 2568 ได้ทราบว่า อยู่ในระหว่างการตรวจสอบของ ป.ป.ช. แต่ที่ผ่านมา ตนไม่เคยได้รับการแจ้งใดๆ จาก ป.ป.ช. ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย ดังนั้นในระหว่างนี้ทุกฝ่ายควรรอให้มีความชัดเจนจาก ป.ป.ช. ว่า สุดท้ายจะสรุปผลการตรวจสอบออกมาอย่างไร เพราะการวิพากษ์วิจารณ์ต่อไป โดยไม่รอผลสรุปของกระบวนการตรวจสอบตามขั้นตอน อาจก่อให้เกิดความเสียหายให้กับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดโดยที่ไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ 

ทั้งนี้ นายประเสริฐ กล่าวว่า หากมีความพยายามที่จะนำประเด็นดังกล่าวนี้มาขยายความ เพื่อให้เป็นประเด็นทางการเมืองจนเกิดความเสียหายจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป