สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองหนานหนิง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ว่า คณะอาจารย์และนักศึกษาชาวไทยจำนวนมากมองว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจ ฉบับที่ 15 ของจีน กำหนดให้เอไอเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนากำลังการผลิตใหม่ที่มีคุณภาพ พร้อมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ และการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์

ขณะที่ไทยเร่งการพัฒนาเอไอเช่นเดียวกัน ซึ่งมุ่งเน้นที่โครงสร้างพื้นฐานการประมวลผล การประยุกต์ใช้งานจริง และการบ่มเพาะผู้มีความรู้ความสามารถ โดยมีเป้าหมายก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางทางดิจิทัลแห่งอาเซียน

ด้วยเหตุนี้ จีนและไทยมีแนวทางการพัฒนาที่สอดคล้องกันและจุดแข็งที่เกื้อหนุนกัน รัฐบาลปักกิ่งสามารถแบ่งปันเทคโนโลยีที่พัฒนาดีแล้ว แนวทางการประยุกต์ใช้งาน และบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อช่วยไทยยกระดับภาคการเกษตร การขนส่ง พลังงาน โลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมอื่น ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ หลังจากทั้งสองประเทศส่งเสริมความร่วมมือเชิงปฏิบัติด้านการขนส่งอัจฉริยะอย่างลึกซึ้งต่อเนื่อง จนเกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมมากมายตลอดหลายปีที่ผ่านมา

เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา บริษัท หนานหนิง เรล ทรานซิท อินเวสต์เมนต์ กรุ๊ป จำกัด (เอ็นเอ็นอาร์ที) และเทศบาลนครขอนแก่น ลงนามร่วมกันในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ด้านการลงทุนและความร่วมมือในการสนับสนุนการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนอัจฉริยะของเทศบาลนครขอนแก่น โดยประยุกต์ใช้โครงสร้างที่พัฒนาแล้วของ “หนานหนิง เรล วัน-โคด แอคเซส” เพื่อสร้างประสบการณ์เดินทางไร้รอยต่อโดยอาศัยเทคโนโลยีเอไอ และคลังข้อมูลขนาดใหญ่
จีนและไทยยังเดินหน้าความร่วมมือด้านการเกษตรอัจฉริยะ ภายใต้แผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (บีอาร์ไอ) และความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แห่งประเทศจีน จัดตั้งศูนย์นวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจีน-ไทย ในจังหวัดนครปฐม เพื่อส่งเสริมการใช้เครื่องจักรและระบบอัจฉริยะในการปลูกข้าวและอ้อย หรือบริษัทจากจีนร่วมพัฒนาโครงการการเกษตรอัจฉริยะในแหล่งปลูกทุเรียนของไทย ซึ่งใช้ระบบควบคุมน้ำและปุ๋ยเชิงอัจฉริยะ การตรวจสอบสภาพดินแบบเรียลไทม์ และการจัดการผ่านอินเทอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง

ร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีทางการเกษตร รวมถึงอุปกรณ์การเกษตร ผ่าน “ปัญญาประดิษฐ์พลัส” อย่างเต็มรูปแบบเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในทุกมิติ พร้อมส่งเสริมการพัฒนาที่มีคุณภาพสูงของแผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง การหมุนเวียนทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และการแบ่งปันโอกาสแก่นานาประเทศทั่วโลก เพื่อบรรลุการพัฒนาร่วมกัน โดยคณะอาจารย์และนักศึกษาชาวไทยในจีนคาดหวังว่า ปัญญาประดิษฐ์ของจีนจะเกื้อหนุนการพัฒนาการเกษตรอัจฉริยะในไทยยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ร่างแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 ยังระบุการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมเกิดใหม่เชิงยุทธศาสตร์ เช่น ยานพาหนะพลังงานใหม่เชื่อมต่ออัจฉริยะและการบินอวกาศ รวมถึงการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น เทคโนโลยีควอนตัมและส่วนต่อประสานสมอง-คอมพิวเตอร์

น.ส.นิศาชล ไทยทอง หรือไท่ลู่ลู่ นักวิจัยชาวไทยประจำสถาบันวิจัยจีน-อาเซียนแห่งมหาวิทยาลัยกว่างซี กล่าวว่า จีนพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างก้าวกระโดด ประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวาง สร้างข้อได้เปรียบด้านพลังการประมวลผล ระบบอุตสาหกรรมครบวงจร และประสิทธิภาพสูง
ไทยมีแผนพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เช่นเดียวกับจีน โดยตั้งเป้าหมายประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อขับเคลื่อนการยกระดับกลุ่มอุตสาหกรรมดั้งเดิม ดังนั้น จีนสามารถช่วยส่งเสริมการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ และบ่มเพาะบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนาในไทย ซึ่งจะยกระดับจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายและมอบผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน.
ข้อมุล-ภาพ : XINHUA



