เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า จากโพสต์ของ ไพรวัลย์ วรรณบุตร ที่ระบุว่า “ไม่ใช่จะเอาแค่คำนำหน้า แต่จะแก้กระทั่งสูติบัตรใบเกิดของตัวเอง” และตั้งคำถามเชิงเสียดสีต่อร่างกฎหมายรับรองเพศสภาพซึ่งตนเป็นผู้ยกร่าง เห็นว่าประเด็นนี้ควรถูกอธิบายอย่างตรงไปตรงมา
“เพราะข้อเสนอเรื่องการแก้ไขข้อมูลในเอกสารราชการ เช่น สูติบัตร ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อเปลี่ยนอดีตของใคร แต่เป็นการทำให้เอกสารของรัฐสะท้อนสถานะทางกฎหมายของบุคคลในปัจจุบัน หลักการนี้ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ แต่เป็นแนวทางที่ใช้กันในกฎหมายรับรองเพศสภาพของหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้บุคคลสามารถใช้ชีวิตและใช้สิทธิทางกฎหมายได้โดยไม่เกิดความขัดแย้งระหว่างเอกสารราชการกับตัวตนของเขา

ในหลักการสากลของกฎหมายรับรองเพศ Gender Recognition เมื่อรัฐรับรองเพศตามอัตลักษณ์ของบุคคลแล้ว เอกสารราชการที่สำคัญ เช่น ทะเบียนราษฎร บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง หรือแม้แต่สูติบัตร อาจต้องได้รับการแก้ไขหรือออกเอกสารใหม่ เพื่อให้ข้อมูลในเอกสารเหล่านั้นสอดคล้องกับสถานะทางกฎหมายที่ได้รับการรับรอง การดำเนินการลักษณะนี้มีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน เช่น การทำธุรกรรม การสมัครงาน การเดินทาง หรือการใช้สิทธิทางกฎหมายต่าง ๆ ที่อาจเกิดความขัดแย้งหากข้อมูลในเอกสารไม่ตรงกับสถานะที่รัฐรับรอง
ในทางปฏิบัติของระบบราชการ การแก้ไขเอกสารอย่างสูติบัตรไม่ได้ทำให้ข้อมูลเดิมหายไปอยู่แล้ว เพราะเอกสารราชการทุกฉบับมีระบบทะเบียน มีหมายเลขเอกสาร มีผู้ลงนาม และมีวันที่ของการแก้ไขหรือออกเอกสารอย่างชัดเจน การเปลี่ยนแปลงข้อมูลในทะเบียนราษฎรจึงมีร่องรอยในระบบของรัฐเสมอ และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ตามกระบวนการทางกฎหมาย ทั้งในแง่ของผู้มีอำนาจอนุญาต ขั้นตอนการดำเนินการ
และช่วงเวลาที่มีการแก้ไข ดังนั้นการปรับข้อมูลในเอกสารจึงไม่ใช่การลบประวัติชีวิตของบุคคล แต่เป็นการปรับข้อมูลให้สอดคล้องกับสถานะทางกฎหมายในปัจจุบัน ขณะที่ข้อมูลเดิมยังคงอยู่ในระบบที่สามารถตรวจสอบได้

ประเด็นเรื่องการแก้สูติบัตร จึงควรถูกทำความเข้าใจในฐานะการจัดการข้อมูลทางทะเบียนของรัฐ ไม่ใช่การเปลี่ยนความจริงของชีวิตหรือการลบอดีตของใคร กฎหมายลักษณะนี้มีเป้าหมายเพื่อทำให้เอกสารราชการสามารถสะท้อนสถานะทางกฎหมายของบุคคลได้อย่างถูกต้อง ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาหลักการตรวจสอบได้ของระบบราชการไว้ครบถ้วน ซึ่งเป็นหลักการที่ทั้งคุ้มครองสิทธิของบุคคลและรักษาความน่าเชื่อถือของระบบทะเบียนของรัฐไปพร้อมกัน คำนำหน้าไม่ใช่เรื่องคำพูดหรือคำเรียกเท่านั้น แต่มันคือการดำเนินชีวิตตามกฎหมายที่ไม่เกิดช่องว่างและปัญหา”



