สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ว่าพล.อ.อ.แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมสหรัฐ แถลงเกี่ยวกับ ความพร้อมของกองทัพสหรัฐ ในการส่งเรือรบคุ้มกันเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ยืนยันว่า สหรัฐกำลังประเมินทางเลือกทางทหาร เพื่อเตรียมความพร้อมในการคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งขณะนี้อยู่ในสภาวะถูกปิดตายจากสงคราม
พล.อ.อ.เคนยืนยันว่า หากได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติการ กองทัพจะต้องประเมินทั้งทรัพยากรที่ต้องใช้ ระบบการสั่งการ และความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงวิธีการรับมือกับความเสี่ยงเหล่านั้น ก่อนเสนอให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และนายพีต เฮกเซธ รมว.กระทรวงกลาโหม รับทราบและตัดสินใจร่วมกัน
U.S. Chairman of the Joint Chiefs of Staff, Gen. Dan “Raizin” Caine, states that they are currently looking at a “range of options” for potentially escorting oil tankers and other ships through the Strait of Hormuz. pic.twitter.com/hITf5GiRTx
— OSINTdefender (@sentdefender) March 10, 2026
ทั้งนี้ มาตรการคุ้มกันเรือดังกล่าวกลายเป็นเรื่องเร่งด่วนทันที หลังราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ลดลงบ้างหลังจากนั้น แต่ยังอยู่ในระดับสูงที่สุดในรอบหลายปี
ขณะที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน ( ไออาร์จีซี ) ยืนยันความพร้อม ที่จะเผชิญหน้ากับกองทัพสหรัฐในช่องแคบฮอร์มุซ โดยเฉพาะเรือ “ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์. ฟอร์ด” ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมกับอ้างว่า ในความเป็นจริงแล้วเรือรบและเครื่องบินขับไล่ของสหรัฐ “หลบหนี” ออกจากพื้นที่ เพื่อไปตั้งหลักอยู่ไกลออกไปมากกว่า 1,000 กิโลเมตร เพื่อให้พ้นระยะขีปนาวุธและโดรนของไออาร์จีซี
ปัจจุบัน เรือยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์.ฟอร์ด อยู่ในทะเลแดง หลังแล่นผ่านคลองสุเอซ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่วนเรือบรรทุกเครื่องบิน “ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น” ประจำการอยู่ในทะเลอาหรับ.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



