ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบก่อนรองชนะเลิศ คู่แรก ที่สนาม บอสตัน สเตเดียม ประเทศสหรัฐ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทีมชาติฝรั่งเศส มาตามนัด หลังไล่ต้อน โมร็อกโก สบายเกือก 2-0 ตบเท้าผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้เป็นทีมแรก

ครึ่งแรก ฝรั่งเศส ดาหน้าบุกแบบพับสนาม และพลาดโอกาสพังประตูขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย เมื่อได้จุดโทษในนาทีที่ 28 จากจังหวะที่ นุสแซร์ มาซราอุย กองหลังโมร็อกโก พุ่งเข้าเสียบ คีลิยัน เอ็มบัปเป จนล้มคว่ำในเขตโทษ และก็เป็น เอ็มบัปเป ที่ลุกขึ้นมายิงไปติดเซฟของ ยัสซีน บูนู เสียอย่างนั้น

เข้าสู่ครึ่งหลัง “ตราไก่” ยังลุยแหลก และพังประตูขึ้นนำ 1-0 ได้สำเร็จในนาทีที่ 60 เมื่อ เอ็มบัปเป แก้ตัวด้วยการปั่นโค้งอ้อมตัว อิสซา ดิย็อป กองหลังโมร็อกโก เสียบเสาเข้าไปอย่างสุดงาม และทำให้เจ้าตัวขึ้นไปนำเป็นดาวยิงสูงสุดประจำทัวร์นาเมนต์ โดยยิงได้ 8 ประตูเท่ากับ ลิโอเนล เมสซี ของ อาร์เจนตินา แต่ทำแอสซิสต์ได้มากกว่า 3 ต่อ 1 ครั้ง

จากนั้นนาทีที่ 66 ฝรั่งเศส ขยับนำห่าง 2-0 จากผลงานของ อุสมาน เดมเบเล ที่ส่องไกลจากบริเวณหัวกะโหลกเข้าไปตุงตาข่ายอย่างเด็ดขาด

อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 77 แฟนบอลเลส์ เบลอส์ ใจคอไม่ดีไปตามกัน เมื่อ เอ็มบัปเป ได้รับบาดเจ็บ และต้องถูกถอดออกไปพักให้ ฌอง ฟิลิปส์ มาเตตา ลงมาเล่นแทนทันที แต่ยังมีสัญญาณที่ดี เมื่อ ประธานเป้ สามารถเดินออกจากสนามได้โดยไม่มีอาการกะโผลกกะเผลกแต่อย่างใด

ช่วงเวลาที่เหลือ โมร็อกโก พยายามเปิดเกมสู้ แต่สุดท้ายก็ทวงประตูคืนไม่ได้ จบเกม ฝรั่งเศส ต้อน โมร็อกโก งดงาม 2-0 ผ่านเข้ารอบตัดเชือกไปรอพบกับผู้ชนะระหว่าง สเปน และ เบลเยียม ที่สนาม ดัลลัส สเตเดียม ประเทศสหรัฐ ในวันอังคารที่ 14 ก.ค.นี้ ตามเวลาท้องถิ่น.
ภาพ REUTERS



