นางอรมน
 ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ได้เดินทางไปยังกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของประเทศญี่ปุ่น เพื่อหารือกับนายอัทซูชิ ซูกินากะหัวหน้าสำนักงานส่งออกและกิจการระหว่างประเทศ เกี่ยวกับแนวทางยกระดับความร่วมมือในการส่งเสริมสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) ร่วมกัน หลังจากที่ไทยประสบความสำเร็จในการผลักดันสินค้าจีไอไทยให้ได้รับการขึ้นทะเบียนในญี่ปุ่นแล้ว 3 รายการ ได้แก่ กาแฟดอยตุง จ.เชียงราย กาแฟดอยช้างจ.เชียงราย และสับปะรดห้วยมุ่น จ.อุตรดิตถ์

ทั้งนี้ กรมได้แจ้งกับทางญี่ปุ่นว่า อยู่ระหว่างผลักดันการขึ้นทะเบียนสินค้าจีไอไทยศักยภาพสูงอีก 4 รายการ โดยได้ยื่นคำขอต่อประเทศญี่ปุ่นไว้แล้ว ได้แก่ มะขามหวานเพชรบูรณ์ กล้วยหอมทองหนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ และมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลกและจะยื่นเพิ่มเติม ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ขอให้ช่วยสนับสนุนการจดทะเบียนสินค้าจีไอไทยด้วย

สำหรับญี่ปุ่นมีสินค้าจีไอที่ขึ้นทะเบียนในไทยแล้วถึง 6 รายการ ได้แก่ เนื้อวัวคาโงชิมะเนื้อโกเบ เนื้อทาจิมะ เชอรี่ฮิกาชิเนะ เมลอนยูบาริ และอิชิคาดะ กาคิหรือลูกพลับแห้งซึ่งในการหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แสดงความมุ่งมั่นที่จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์เชิงเทคนิค ทั้งด้านข้อกำหนดการขึ้นทะเบียนและการแก้ไขปัญหาอุปสรรคเพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านจีไอให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นางอรมนกล่าวว่า กรมมีแผนยกระดับสินค้าจีไอ สู่ตลาดพรีเมียมในญี่ปุ่น ผ่านกลยุทธ์การส่งเสริมการขายเชิงรุก โดยได้เริ่มหารือกับห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะเพื่อเปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าจีไอไทยในญี่ปุ่น และสินค้าจีไอญี่ปุ่นในไทย ควบคู่กับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกัน รวมทั้งการจัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการเพื่อสร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง