เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการประหยัด และลดใช้พลังงาน เพื่อรับมือวิกฤติพลังงานจากสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางโดยขอความร่วมมือหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ ช่วยประหยัดพลังงานเป็นตัวอย่าง ด้วยการแบ่งเจ้าหน้าที่ทำงานที่บ้าน (เวิร์กฟรอมโฮม) และลดปริมาณการใช้ไฟฟ้า
ทั้งนี้ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) ได้มีหนังสือเวียนถึงผู้บริหารหน่วยงานในกำกับ สลน. อาทิ กองงานนายกรัฐมนตรี สำนักโฆษก กองพิธีการ กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร ฯลฯ ปรับรูปแบบการปฏิบัติราชการ เพื่อสนับสนุนการประหยัดพลังงาน โดยไม่กระทบกับการปฏิบัติราชการ เช่น การเวิร์กฟรอมโฮม ให้พิจารณาตามความเหมาะสม โดยให้บุคลากร สลน. ปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งได้ แต่หากมีภารกิจจำเป็นเร่งด่วน สามารถเรียกให้บุคลากรเข้ามาปฏิบัติงานในสถานที่ตั้งได้ทันที

สำหรับในส่วนของสำนักโฆษกฯ ได้กำหนดสัดส่วนให้บุคลากรเวิร์กฟรอมโฮม โดยพิจารณาจากภารกิจของแต่ละกลุ่มงาน ตั้งเป้าหมายลดจำนวนที่ 50% พร้อมขอความร่วมมือปิดไฟระหว่างเวลา 12.00-13.00 น. ปิดแอร์เวลา 15.30 น. และปิดคอมพิวเตอร์ เมื่อไม่ใช้งาน หรือใช้ระบบ Energy Saver โดยข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และบุคลากร ต่างตื่นตัวให้ความร่วมมือกับมาตรการของรัฐ ซึ่งในช่วงพักเที่ยงวันเดียวกันนี้ ทางสำนักโฆษกฯ ได้ปิดไฟ-ปิดแอร์ ตามช่วงเวลาดังกล่าวด้วย
นอกจากนี้ มีรายงานว่าหน่วยงานอื่นๆ ภายในทำเนียบรัฐบาล ผู้บริหารแต่ละหน่วยงาน จะไปพิจารณาปรับรูปแบบการทำงาน พร้อมขอความร่วมมือบุคลากรในการปฏิบัติตามความเหมาะสมต่อไป

ขณะที่นายกฯ ได้แต่งกายชุดผ้าไทย ปฏิบัติภารกิจ โดยช่วงเช้าเป็นประธานในพิธีเปิดงานแสดงสินค้า THAIFEX – HOREC ASIA 2026 อิมแพ็ค เมืองทองธานี
และช่วงบ่ายร่วมรับประทานอาหารกลางวันเป็นการส่วนตัวกับ น.ส.แอนเจลา เจน แม็กดอนัลด์ส เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ที่ทำเนียบรัฐบาล




