เมื่อวันที่ 12 มี.ค. นายพิเชษฐ์ ทองพันธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นตัวแทนกระทรวงแรงงานเดินทางไปรับและดูแลอำนวยความสะดวกแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเดินทางกลับจากประเทศอิหร่าน จำนวน 18 คน โดยมี นายบัญชา ยืนยงจงเจริญ รองอธิบดีกรมการกงสุล นางวรพรรณี ดำรงมณี รองอธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมให้การต้อนรับด้วย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ
นายพิเชษฐ์ ทองพันธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ปัจจุบันมีแรงงานไทยเดินทางกลับมาแล้ว 35 คน และจะเดินทางกลับมาเพิ่มอีก 33 คน จากประเทศบาห์เรน 6 คน ประเทศอิหร่าน 27 คน โดยขณะนี้มีผู้แสดงความประสงค์จะเดินทางกลับไทยแล้วเกือบ 1,000 คน ซึ่งกระทรวงแรงงานจะแจ้งความคืบหน้าของเที่ยวบินให้ทราบล่วงหน้าเป็นระยะ ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานพร้อมดูแลสิทธิประโยชน์ของแรงงานที่ได้รับผลกระทบ พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอรับสิทธิประโยชน์จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งการให้การช่วยเหลือนั้นจะแบ่งเป็น 3 ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1 ที่ประเทศต้นทาง คือการลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ที่จะกลับประเทศไทยผ่านทางทูตแรงงาน แล้วลงทะเบียนแอปพลิเคชัน SMART TOEA และเปิดพิกัดตำแหน่งที่อยู่ เพื่อกระทรวงแรงงานสามารถติดต่อสื่อสารและทราบพิกัดตำแหน่งได้ เพื่อจะได้สามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีหากมีเหตุฉุกเฉิน พร้อมดูแลเรื่องอาหาร ที่พักชั่วคราว และอำนวยความสะดวกเรื่องเอกสารและตั๋วเครื่องบิน
ขั้นตอนที่ 2 เมื่อเดินทางถึงสนามบินในไทย เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานจะรอรับที่สนามบิน โดยให้แรงงานสแกน QR Code เพื่อกรอกข้อมูลความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือ เช่น ต้องการหางานทำในประเทศ ต้องการกลับไปทำงานในต่างประเทศหลังจากสถานการณ์คลี่คลาย หรือต้องการฝึกทักษะอาชีพ ฝึกภาษาต่างประเทศ อื่น ๆ
ขั้นตอนที่ 3 การติดตามถึงภูมิลำเนา หลังจากตรวจสอบสิทธิเรียบร้อยแล้ว ข้อมูลจะถูกส่งต่อไปยังแรงงานจังหวัดและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานในพื้นที่ เพื่อลงพื้นที่ไปเยี่ยมเยียนและอำนวยความสะดวกให้ถึงบ้านของแรงงานตามภารกิจของกระทรวงแรงงานต่อไป นายพิเชษฐ์ กล่าวต่อว่า หากแรงงานท่านใดที่กลับมาถึงไทยแล้วแต่ยังไม่ได้ลงทะเบียนเพื่อบันทึกข้อมูลการให้ความช่วยเหลือจากกระทรวงแรงงาน โดยการสแกน QR Code ที่สนามบิน สามารถติดต่อประสานงานได้ที่ สำนักงานแรงงานจังหวัด หรือติดต่อเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานในพื้นที่ของท่านได้ทันที เพื่อแจ้งความประสงค์ขอรับการช่วยเหลือ หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร.1506



