จากการจัดอันดับ นิตยสารฟอร์บส์ (Forbes) เปิดเผยการจัดอันดับ World’s Billionaires 2026 พบว่า ปีนี้ทั่วโลกมีมหาเศรษฐีพันล้านดอลลาร์ขึ้นไป “สูงสุดเป็นประวัติการณ์” ทั้งในแง่จำนวนคนและความมั่งคั่ง โดยมีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 400 คน รวมเป็น 3,428 คน

ส่วนในแง่ “ทรัพย์สินรวม” นั้น เพิ่มขึ้นราว 4 ล้านล้านดอลลาร์จากปีก่อน รวมเป็น 20.1 ล้านล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 638 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยฟอร์บส์อ้างอิงจากราคาหุ้นและอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 1 มีนาคม 2026 เป็นฐานข้อมูลในการจัดอันดับ

สำหรับประเทศไทยปีนี้มีมหาเศรษฐีติดอันดับ 22 คน ได้แก่

  • อันดับ 135  ธนินท์ เจียรวนนท์ – 1.99 หมื่นล้านดอลลาร์, ธุรกิจหลากหลาย
  • อันดับ 157  สารัชถ์ รัตนาวะดี – 1.81 หมื่นล้านดอลลาร์, ธุรกิจพลังงาน
  • อันดับ 251  เจริญ สิริวัฒนภักดี และครอบครัว – 1.22 หมื่นล้านดอลลาร์, เครื่องดื่มและอสังหาริมทรัพย์
  • อันดับ 528  สุเมธ เจียรวนนท์ – 7.3 พันล้านดอลลาร์, ธุรกิจเครือเจริญโภคภัณฑ์
  • อันดับ 542  จรัญ เจียรวนนท์ – 7.2 พันล้านดอลลาร์, ธุรกิจเครือเจริญโภคภัณฑ์
  • อันดับ 908  สมอุไร จารุพนิช – 4.7 พันล้านดอลลาร์, ธุรกิจหลากหลาย
  • อันดับ 1108  นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ – 3.9 พันล้านดอลลาร์, โรงพยาบาลและสายการบิน
  • อันดับ 1325  เสถียร เสถียรธรรมะ – 3.2 พันล้านดอลลาร์, เครื่องดื่มชูกำลัง
  • อันดับ 1755  มนัส เจียรวนนท์ – 2.4 พันล้านดอลลาร์, ธุรกิจเครือเจริญโภคภัณฑ์
  • อันดับ 1755  พงษ์เทพ เจียรวนนท์ – 2.4 พันล้านดอลลาร์, ธุรกิจเครือเจริญโภคภัณฑ์
  • อันดับ 1755  ประทีป เจียรวนนท์ – 2.4 พันล้านดอลลาร์, ธุรกิจเครือเจริญโภคภัณฑ์
  • อันดับ 1755  สมศรี ล่ำซำ – 2.4 พันล้านดอลลาร์, ธุรกิจหลากหลาย
  • อันดับ 1913  วิชัย ทองแตง – 2.2 พันล้านดอลลาร์, เฮลท์แคร์และการลงทุน
  • อันดับ 2481  สุรินทร์ อุภัทกุล – 1.6 พันล้านดอลลาร์, โทรคมนาคม ลอตเตอรี่ และประกันภัย
  • อันดับ 2481  ทักษิณ ชินวัตร – 1.6 พันล้านดอลลาร์, การลงทุน
  • อันดับ 2481  ฮาราลด์ ลิงค์ – 1.6 พันล้านดอลลาร์, ธุรกิจหลากหลาย
  • อันดับ 2600  วิลเลียม ไฮเน็ค – 1.5 พันล้านดอลลาร์, ธุรกิจโรงแรม
  • อันดับ 3017  ณัฐชไม ถนอมบูรณ์เจริญ – 1.2 พันล้านดอลลาร์, เครื่องดื่มชูกำลัง
  • อันดับ 3017  วินัย เตียวสมบูรณ์กิจ – 1.2 พันล้านดอลลาร์, ธุรกิจอาหาร
  • อันดับ 3185  นิติ โอสถานุเคราะห์ – 1.1 พันล้านดอลลาร์, เครื่องดื่มชูกำลังและการลงทุน
  • อันดับ 3185  ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ – 1.1 พันล้านดอลลาร์, สีทาอาคาร
  • อันดับ 3185  ประยุทธ มหากิจศิริ – 1.1 พันล้านดอลลาร์, กาแฟและธุรกิจขนส่งทางเรือ

สำหรับประเด็นใหม่ที่น่าสนใจและเซอร์ไพร้ส์ ปีนี้มีหลายจุดที่ทำให้ทำเนียบมหาเศรษฐีไทยปีนี้ดูต่างไปจากปีก่อนๆ 

1. จำนวนมหาเศรษฐีไทย “ลดลง” แต่รวยขึ้น

แม้ปีนี้ภาพรวมมหาเศรษฐีโลกจะพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์จากกระแส AI แต่ในประเทศไทย จำนวนคนที่ติดอันดับ Billionaires (พันล้านดอลลาร์) กลับ ลดลงเหลือ 22 คน จากปีก่อนที่มี 25 คน 

อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่ยังติดอันดับอยู่ส่วนใหญ่มีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ เจ้าสัวธนินท์ ที่ทรัพย์สินพุ่งจาก 1.52 หมื่นล้าน เป็น 1.99 หมื่นล้านดอลลาร์ ภายในปีเดียว

2. ปรากฏการณ์ “ทักษิณ” ทรัพย์สินวูบแต่ยังเหนียวแน่น

โดยปีนี้คือ นายทักษิณ ชินวัตร ที่มีชื่อติดโผอย่างต่อเนื่อง แต่อันดับและทรัพย์สินมีการขยับลง  โดยที่มูลค่าทรัพย์สินลดลงเหลือประมาณ 1.6 พันล้านดอลลาร์ (ราว 5.6 หมื่นล้านบาท) ซึ่งถือว่าลดลงจากช่วงก่อนหน้า แต่ยังคงรักษาสถานะมหาเศรษฐีพันล้านของโลกไว้ได้ในอันดับที่ 2,481 ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ผันผวน

3. การผงาดของกลุ่ม “พลังงานและเครื่องดื่มชูกำลัง”

ปีนี้กลุ่มธุรกิจดั้งเดิมอย่างพลังงานและเครื่องดื่มชูกำลังแสดงความแข็งแกร่งอย่างมาก โดยที่ นายสารัชถ์ รัตนาวะดี (Gulf) มีทรัพย์สินพุ่งแตะ 1.81 หมื่นล้านดอลลาร์ ใกล้ติดอันดับ 1 ของไทยเข้ามาทุกที เป็นผลจากการควบรวมกิจการและการขยายตัวไปสู่ธุรกิจดิจิทัลและโทรคมนาคม

ด้าน สายเครื่องดื่มชูกำลัง อย่าง นายเสถียร เสถียรธรรมะ (คาราบาวกรุ๊ป) มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเป็น 3.2 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ตระกูล อยู่วิทยา (Red Bull) หากนับรวมทั้งตระกูลในการจัดอันดับอื่น จะถือว่าเป็นกลุ่มที่มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในไทยจากยอดขายทั่วโลกที่ทำนิวไฮ

4. ยุคแห่งการ “ส่งต่อมรดก”

เทรนด์ที่น่าสนใจในปี 2026 คือการเริ่มถ่ายโอนความมั่งคั่งจากรุ่นบุกเบิกสู่รุ่นลูกหลานมากขึ้น ที่เริ่มเห็นชื่อทายาทหรือคนในตระกูลเดียวกันติดอันดับแยกกันมากขึ้น เช่น ตระกูลเจียรวนนท์ ที่ติดอันดับแยกกันถึง 5-6 คนในลิสต์ 22 คนของไทย