จากกรณี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ระบุภายหลังประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ยืนยันว่า อะไรที่เป็นสินค้าควบคุม ทางรัฐบาลจะพยายามควบคุมให้ได้ โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่เราจะตรึงราคาไว้ 15 วัน ซึ่งยังไม่ครบเวลาที่กำหนด แต่เมื่อถึงเวลา นายกฯ จะลงมานั่งหัวโต๊ะ เพื่อเจรจากันว่าจะทำอย่างไรต่อไป แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือ “ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด”
ส่งผลให้ผู้บริโภคบางส่วน ต่างตื่นตระหนกกลัวว่า ราคาน้ำมันดีเซล หากปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด ราคาจะกระชากขึ้นแรง โดยล่าสุดกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ชดเชยราคาน้ำมันทุกประเภท เงินไหลออกวันละ 1,646 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นราคาน้ำมันดีเซล อุดหนุนรวมอยู่ที่วันละ 1,316 ล้านบาท น้ำมันกลุ่มเบนซิน และแก๊สโซฮอล์ วันละ 331 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นน้ำมันอื่นๆ เช่น น้ำมันเตา
ส่วนการชดเชยแต่ละลิตรนั้น วันนี้ (12 มี.ค.) ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับวันที่ 11 มี.ค. โดย
ราคาดีเซล หน้าปั๊มวันนี้ 29.94 บาทต่อลิตร
ชดเชย 15.45 บาทต่อลิตร
ราคาที่แท้จริงหากไม่ชดเชยอยู่ที่ 45.39 บาทต่อลิตร
ราคาแก๊สโซฮอล์ E20 หน้าปั๊มวันนี้ 27.84 บาทต่อลิตร
ชดเชย 9.41 บาทต่อลิตร
ราคาที่แท้จริงอยู่ที่ 37.25 บาทต่อลิตร
ราคาแก๊สโซฮอล์ E85 หน้าปั๊มวันนี้: 25.79 บาทต่อลิตร
ชดเชย 2.28 บาทต่อลิตร
ราคาที่แท้จริง 28.07 บาทต่อลิตร
ราคาแก๊สโซฮอล์ 91 หน้าปั๊มวันนี้ 30.68 บาทต่อลิตร
ชดเชย 7.86 บาทต่อลิตร
ราคาที่แท้จริง 38.54 บาทต่อลิตร
ราคาแก๊สโซฮอล์ 95 หน้าปั๊มวันนี้: 31.05 บาทต่อลิตร
ชดเชยจากกองทุนน้ำมันฯ: 7.86 บาทต่อลิตร
ราคาที่แท้จริง 38.91 บาทต่อลิตร
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงกรณีผู้บริโภคบางส่วนตื่นตระหนกราคาน้ำมันดีเซลจะปรับขึ้นรุนแรง หลังจากสิ้นสุดมาตรการตรึงราคาวันที่ 17 มี.ค.ว่า กระทรวงพลังงาน ได้เตรียมแผนการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลไว้แล้ว หลังจากสิ้นสุดมาตรการตรึงราคาลิตรละ 29.94 บาท 15 วัน ถึงวันที่ 17 มี.ค. โดยขณะนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้ติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด ยังมีความผันผวนขึ้นๆ ลงๆ
แต่อยู่ในระดับสูงกว่าปกติอยู่มาก หากวันที่ 16-17 มี.ค. นี้ ราคาน้ำมันเริ่มปรับลดลงมาจนกองทุนฯ ยังแบกรับภาระได้อยู่ ก็จะยื้อการปรับขึ้นราคาสักนิดหน่อย แต่ถ้าราคาน้ำมันยังปรับแรงขึ้นต่อเนื่อง เบื้องต้นจะปรับราคาแบบขั้นบันได วันแรกอาจจะปรับไม่เกินลิตรละ 1 บาท เพื่อดูสถานการณ์ หากยังสูงต่อ ก็จะค่อยๆ ทยอยปรับขึ้นไปอีก
“ช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน เราเคยปรับขึ้นไปแบบครั้งเดียวแรงสุดลิตรละ 2 บาท แล้วค่อยๆ ทยอย ดีเซล เคยขึ้นไปแตะที่ราคาลิตรละ 35 บาทในช่วงนั้น ส่วนครั้งนี้ยังไม่สามารถตอบได้ชัดเจนในเวลานี้ว่าจะปรับขึ้นถึงเท่าไร แต่ครั้งแรกไม่ถึงลิตรละ 1 บาท เพราะอยากให้เข้าใจว่า เราควรต้องให้ประชาชนรับรู้ถึงสถานการณ์จริงด้วย ที่สำคัญต้องช่วยกันประหยัด เพราะประเทศไทย ยังเป็นประเทศที่นำเข้าน้ำมันเป็นส่วนใหญ่อยู่ ขออย่าตื่นหนกกักตุน จะผิดกฎหมาย และเป็นอันตรายด้วยหากเก็บไม่ดี”



