นายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมโฮสเทลและที่พักขนาดเล็ก (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ขอฝากข้อเสนอถึงรัฐบาล นายกรัฐมนตรี และรมว.การท่องเที่ยวฯ คนใหม่ เพื่อช่วยขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทย โดยเสนอเป็น ยุทธศาสตร์หลัก 5 ด้านนโยบาย “ทำ ซิ ดี”
สำหรับยุทธศาสตร์หลัก 5 ด้าน นโยบายชื่อ “ทำ ซิ ดี” ทำ CICC D
1.Connecting Journey เชื่อมโยงประสบการณ์ท่องเที่ยวทั้งระบบ สร้างการเดินทางไร้รอยต่อ (Seamless Tourism Ecosystem)
- พัฒนา Travel Corridor เชื่อมเมืองหลัก-เมืองรอง
- เชื่อมการเดินทางพัฒนาโครงข่าย Air–Rail–Road–Water
- พัฒนา “Tourism Cluster” เช่น วัฒนธรรม / Wellness / Nature
- เชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับ Soft Power ไทย
หน่วยงานหลัก: กระทรวงการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กระทรวงคมนาคม
2.Image of Safety สร้างภาพลักษณ์ประเทศปลอดภัยและเชื่อถือได้ ยกระดับความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวโลก
- Smart Tourist Safety Center
- มาตรฐานความปลอดภัยสถานที่ท่องเที่ยวระดับสากล
- Crisis Communication Real-time
- ประกันภัยท่องเที่ยวแห่งชาติแบบสมัครใจราคาถูก หรือ จากกองทุนค่าเหยียบแผ่นดินที่เราควรเริ่มเก็บได้แล้ว
3.Collaboration “รัฐ-เอกชน-ชุมชน” ขับเคลื่อนร่วม สร้าง Tourism Ecosystem ที่ยั่งยืน
- Tourism Development Fund
- ชุมชนเป็นเจ้าของทรัพยากรการท่องเที่ยว
- Co-create Product ระหว่างเอกชนและท้องถิ่น หน่วยงานรัฐท้องถิ่นเช่น อบต. อบจ.
- ASEAN Tourism Partnership
4.Change Working Operation ปฏิรูประบบบริหารการท่องเที่ยว จาก “Mass Tourism” สู่ “High Value Sustainable Tourism”
- Data-driven Tourism Policy
- Green Tourism Tax Incentive
- ปรับ KPI จาก “จำนวนนักท่องเที่ยว” ไปสู่ “รายได้ / คุณภาพ / Sustainability”
- ยกระดับมาตรฐานผู้ประกอบการ Up skill, Reskill
5.Digital Platform ระบบดิจิทัลกลางด้านการท่องเที่ยว สร้าง Thailand Tourism Super Platform
- Thailand Tourism Super App
- National Tourism Data Platform
- AI Demand Forecast / Crowd Management
- Smart Visa & Digital ID
- Online Booking Platform By Thailand
นายสรเทพ กล่าวถึงกรณีการยุบกระทรวงวัฒนธรรมเข้ามาร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวฯ แทนกระทรวงกีฬา เพราะกระทรวงการท่องเที่ยวและกระทรวงวัฒนธรรม มีหน้าที่และเป้าหมายวัตถุประสงค์ที่ใกล้เคียงกัน มองว่าไม่จำเป็นต้องแยกออกจากกัน
ส่วนกระทรวงกีฬา ควรจะเปลี่ยนเป็นกรมการการกีฬา อยู่ภายใต้การบริหารของกระทรวงการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมแทน ซึ่งจะทำให้การพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทยไปได้ง่ายขึ้น เพราะจะเป็นการรวบอำนาจขอบเขตอำนาจของกระทรวงวัฒนธรรมเข้ามารวมอยู่ในกระทรวงการท่องเที่ยว และยังบริหารการกีฬา ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ได้อีกด้วย
ปัจจุบันมีคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ เป็นหน่วยงานระดับนโยบายสูงสุดตามพระราชบัญญัตินโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ มุ่งเน้นการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
แต่ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีไม่เคยเข้าไปนั่งเป็นหัวโต๊ะ แต่ให้รองนายกรัฐมนตรีเข้าไปดำเนินการ ซึ่งจริงๆ ในสภาวะการท่องเที่ยวของประเทศไทยที่ตกต่ำลงขนาดนี้จนประเทศเพื่อนบ้านได้แซงหมด
จึงขอให้นายกรัฐมนตรีท่านใหม่ ควรจะเปิดโต๊ะและนั่งเป็นประธาน เรียกระดมหน่วยงานกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทั้งหมด เข้ามานั่งประชุม เพื่อวางแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวแบบบูรณาการ และยั่งยืนมิเช่นนั้นการท่องเที่ยวไทย เครื่องยนต์ก็จะติดๆ ดับๆ แบบนี้ไปอีกนาน



