เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 มี.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ ถนนอิสรภาพ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กทม. นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” พาครอบครัวของลูกเรือพาณิชย์บรรทุกสินค้า “มยุรี นารี” เข้าพบ พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เพื่อพูดคุยถึงแนวทางการช่วยเหลือลูกเรือที่สูญหาย หลังมีรายงานว่ามีลูกเรือ 3 ราย ติดค้างอยู่ในเรือ ภายหลังเรือถูกระเบิดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ น่านน้ำประเทศโอมาน ใกล้ประเทศอิหร่าน โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่าสามารถช่วยเหลือลูกเรือออกมาได้แล้ว 20 คน แต่ยังมีลูกเรืออีก 3 คน ที่ยังไม่ทราบชะตากรรม

นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ เปิดเผยว่า ครอบครัวของลูกเรือได้พยายามติดต่อขอความช่วยเหลือ และต้องการทราบสถานะของลูกเรือว่าขณะนี้เป็นอย่างไร ได้รับการช่วยเหลือแล้วหรือไม่ เนื่องจากกระแสข่าวมีหลายทิศทาง ทั้งข่าวว่าช่วยเหลือออกมาได้ครบ 23 คนแล้ว บางกระแสระบุว่าช่วยได้ 20 คน เหลือ 3 คน หรือบางรายงานระบุว่า 3 คนดังกล่าวได้รับการช่วยเหลือแล้ว หรือแม้กระทั่งมีข่าวว่าเสียชีวิต ดังนั้นจึงเห็นว่าหน่วยงานที่มีข้อมูลชัดเจนที่สุดน่าจะเป็น กองทัพเรือไทย เพราะเป็นผู้ประสานงานกับกองทัพเรือของประเทศโอมาน ซึ่งเป็นผู้ช่วยเหลือลูกเรือ 20 คนแรกออกมาได้

สำหรับวันนี้ได้พาครอบครัวของลูกเรือ 2 รายมาพบก่อน ได้แก่ ครอบครัวของนายเกียรติศักดิ์ ปะวะภูชะแก ช่างไฟบนเรือ และครอบครัวของนายชวลิต ไชยวงศ์ ช่างเครื่อง ส่วนอีก 1 ครอบครัว จะเดินทางมาในภายหลัง โดยเชื่อว่ากองทัพเรือน่าจะสามารถให้ข้อมูลและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อคลายข้อสงสัยให้กับครอบครัวผู้สูญหายได้

นอกจากนี้ยังได้นำข้อมูลของญาติมามอบให้กับกองทัพเรือ โดยเฉพาะประเด็นการติดต่อครั้งสุดท้าย เพื่อให้กองทัพเรือนำข้อมูลไปประสานงานในการช่วยเหลือต่อไป โดยยืนยันว่าทุกคนยังไม่หมดหวัง และยังเชื่อว่าทั้ง 3 คน อาจรอดชีวิตอยู่

ด้านลูกชายของนายเกียรติศักดิ์ ปะวะภูชะแก ชาวจังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งเป็นช่างไฟบนเรือ เปิดเผยว่า บิดาทำงานเป็นช่างไฟบนเรือและเปลี่ยนบริษัทอยู่บ่อยครั้ง โดยขึ้นเรือลำนี้เมื่อประมาณ 5-6 เดือนก่อน ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้พบกัน ส่วนการติดต่อครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 มี.ค. ก่อนเกิดเหตุประมาณ 2-3 วัน โดยบิดาได้ส่งข้อความทางไลน์มาอวยพรวันเกิดให้กับตน

ด้าน พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากองทัพเรือได้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และได้แจ้งเตือนไปยังผู้ประกอบการเดินเรือที่ต้องผ่านพื้นที่เสี่ยงให้ระมัดระวัง เนื่องจากอาจเกิดเหตุลักษณะดังกล่าวได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ยืนยันว่า กองทัพเรือไทย ไม่มีอำนาจสั่งห้ามการเดินเรือในพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากไม่ได้อยู่ในน่านน้ำของประเทศไทย ทำได้เพียงการแจ้งเตือนและประสานงานเท่านั้น

หลังเกิดเหตุ กองทัพเรือได้เร่งประสานงานกับนายทหารประสานงานที่ประจำอยู่ในประเทศบาห์เรน เพื่อแจ้งไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศโอมาน ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ ให้ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ รวมทั้งผู้บัญชาการทหารเรือไทยได้ประสานงานโดยตรงกับผู้บัญชาการทหารเรือโอมาน จนสามารถช่วยเหลือลูกเรือ 20 คนแรกออกมาได้

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวยังคงเป็นพื้นที่เสี่ยงอันตรายสูง การส่งกำลังเข้าไปช่วยเหลือทำได้ยากและมีความเสี่ยงสูง ทำให้ฝ่ายโอมานทำได้เพียงเฝ้าสังเกตการณ์ โดยเบื้องต้นพบว่ายังมีควันไฟลอยออกมาจากเรือบางส่วน และยังไม่พบความเคลื่อนไหวเพิ่มเติม อีกทั้งพบว่าเรือไม่ได้ทิ้งสมอ จึงยังคงลอยตามกระแสน้ำอย่างช้า ๆ

โฆษกกองทัพเรือย้ำว่า กองทัพเรือยังคงประสานความช่วยเหลือกับหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะประเทศพันธมิตรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมขอให้ครอบครัวอย่าหมดหวัง ขณะเดียวกันการส่งกำลังทหารไทยเข้าไปในพื้นที่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากประเทศไทยวางตัวเป็นกลางต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในพื้นที่ดังกล่าว

ต่อมาภายหลังการพูดคุยกับโฆษกกองทัพเรือ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ ยังกล่าวถึงกรณีดราม่าที่ตนเสนอแนวคิดใช้ทีมเจ็ตสกีเข้าไปช่วยเหลือว่า การทำอะไรก็มักจะถูกวิจารณ์ ทำอะไรก็โดนดราม่าไปหมด ระหว่างการหารือกับกองทัพเรือ ได้สอบถามถึงความเป็นไปได้ในการส่งทีมเข้าไปช่วยเหลือ ซึ่งกองทัพเรือก็ระบุว่ายังมีหลายแผนในการพิจารณา เนื่องจากต้องการช่วยเหลือลูกเรือที่ติดอยู่ ตนจึงเสนอว่าพร้อมเป็นลูกมือ และมีทีมเจ็ตสกีระดับทีมชาติที่สามารถช่วยปฏิบัติภารกิจได้ หากกองทัพเรือเห็นว่าเหมาะสม แต่หากไม่ได้ใช้แนวคิดของตนก็ไม่ได้ติดใจ เพราะมองว่าเป็นเพียงข้อเสนอด้วยเจตนาดี

“เรื่องอวกาศหรือเรื่องไดโนเสาร์ ทุกคนยังเฮกันได้ แต่พอเป็นเรื่องการคิดช่วยคน กลับเกิดดราม่ามากมาย ใครจะด่าก็ด่าไป หากวันหนึ่งญาติของคุณติดอยู่ที่ไหน เราอาจได้เจอกันก็ได้ คุณอาจมาขอความช่วยเหลือจากผมก็ได้”

กัน จอมพลัง กล่าวอีกว่า ที่เข้ามาช่วยครั้งนี้ เพราะหนึ่งในญาติของผู้สูญหายเป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเคยช่วยประสานงานให้ตนมาก่อน เมื่ออีกฝ่ายมาขอความช่วยเหลือ ตนจึงตั้งใจช่วยอย่างเต็มที่

ส่วนกรณีที่มีคนมองว่าสถานการณ์ในทะเลแตกต่างจากเหตุการณ์น้ำท่วม ตนยอมรับว่าเข้าใจ แต่เชื่อว่าในหลายครั้ง สิ่งที่ไม่เคยทำ หากลองคิดและลองวางแผน ก็อาจประสบความสำเร็จได้ และอย่างน้อยการเสนอแนวคิดก็ไม่ได้สร้างความเสียหาย

“รู้สึกชินแล้ว ยอมรับว่าตอนแรกรู้สึกตัดพ้อ แต่ว่าตอนนี้ชินแล้วก็ขำ กดบล็อกไปเลย เพราะมองว่า วันที่ทุกคนเดือดร้อนต้องการที่พึ่ง ถ้าหากมาด่าผมวันนี้ วันหน้าไม่ต้องการความช่วยเหลือจากผมก็ไม่เป็นไร ก็ต่างคนต่างอยู่ คุณด่าผมวันนี้ วันหน้าผมก็ไม่ต้องช่วยคุณ เท่านั้นเอง” กัน จอมพลัง กล่าวทิ้งท้าย