เมื่อวันที่ 13 มี.ค. คณะผู้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนไปประกอบศาสนกิจ ณ สังเวชนียสถาน 4 ตำบล ประเทศอินเดีย–เนปาล (รุ่นที่ 2) นำโดย นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วย นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา และคณะสงฆ์ โดยมี พระครูวิชัยคุณาธาร รองเจ้าคณะจังหวัดสุโขทัย และพุทธศาสนิกชน จำนวน 70 รูป/คน

เริ่มต้นการเดินทางที่เชตวันมหาวิหาร สถานที่ที่พระพุทธองค์ทรงประทับจำพรรษายาวนานที่สุด โดยเข้าน้อมสักการะ พระคันธกุฎี ที่ประทับส่วนพระองค์ของพระพุทธเจ้า ทั้งส่วนฤดูร้อนและฤดูหนาว

จากนั้นเดินเยี่ยมชมกุฏิของพระอานนท์ พุทธอุปัฏฐากผู้ใกล้ชิด และกุฏิของ พระสีวลี เอตทัคคะผู้มีลาภมาก รวมถึงลานประชุมสงฆ์ซึ่งเคยเนืองแน่นด้วยพระอรหันต์ พร้อมทั้งแวะยังจุดที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องราวกฎแห่งกรรม คือสถานที่ที่ นางจิญจมาณวิกา ถูกธรณีสูบ

คณะฯเดินทางต่อไปยังบ้านของ อนาถบิณฑิกเศรษฐี มหาอุบาสกผู้สร้างเชตวันมหาวิหารถวาย และบ้านของ องคุลีมาล ผู้กลับใจจากมหาโจรสู่พระอรหันต์ ก่อนปิดท้ายที่ ยมกปาฏิหาริยสถูป บริเวณคัณฑามพฤกษ์ (บริเวณโคนต้นมะม่วง) สถานที่ที่พระพุทธองค์ทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์ อนุสรณ์สถานแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ที่พระพุทธองค์ทรงแสดงปาฏิหาริย์ไฟคู่กับน้ำ เพื่อปราบทิฐิของเหล่าเดียรถีย์และเปิดใจผู้คนให้สว่างไสวในธรรม

ช่วงท้ายของวันคณะฯ แวะที่ วัดสิทธารถราชมณเทียร ศูนย์อำนวยความสะดวกผู้แสวงบุญชาวไทย เพื่อร่วมกันทำบุญทอดผ้าป่าบำรุงวัด โดยมียอดปัจจัยรวมทั้งสิ้น 13,814 บาท 7,170 รูปี 2 ริงกิต ก่อนเตรียมออกเดินทางข้ามพรมแดน มุ่งหน้าสู่ประเทศเนปาล บนเส้นทางแสวงบุญในวันต่อไป.




