สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ว่ากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกประกาศเตือนภัยด้านความมั่นคง สั่งให้ชาวอเมริกันที่ยังอาศัยอยู่ในอิรัก “เดินทางออกจากประเทศในทันที” เนื่องจากกลุ่มติดอาวุธนับรบแนวร่วมอิหร่านมีการปลุกระดมและโจมตีพลเมือง และเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐอย่างไม่เลือกหน้า
Iraq: We are closely monitoring the situation and will keep you updated so you can make decisions about your safety. Iran-aligned terrorist militias have encouraged and conducted indiscriminate attacks on U.S. citizens and targets associated with the United States throughout… pic.twitter.com/2ajBEcxEyJ
— TravelGov (@TravelGov) March 14, 2026
เนื่องจากอิรักยังคงปิดน่านฟ้า รัฐบาลสหรัฐจึงเสนอให้พลเมืองเดินทางออกจากประเทศในทางบก แล้วมุ่งหน้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ จอร์แดน คูเวต ซาอุดีอาระเบีย หรือตุรกี แต่อาจต้องเผชิญกับการรอคอยที่ยาวนานบริเวณด่านตรวจตามพรมแดนของแต่ละประเทศ
A strike on the heavily fortified US embassy compound in Baghdad caused a fire and damage to the complex.
— Al Jazeera Breaking News (@AJENews) March 14, 2026
It is the second attack on the embassy since the US and Israel launched strikes on Iran on February 28. pic.twitter.com/Gyz16VyATv
การประกาศเตือนดังกล่าวของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเกิดขึ้น หลังสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงแบกแดด ซึ่งเป็นสถานเอกอัครราชทูตใหญ่ที่สุดในโลก และตั้งอยู่ในเขตกรีนโซน ซึ่งเป็นพื้นที่ความมั่นคงสูงของกรุงแบกแดด ได้รับความเสียหายหลังจากขีปนาวุธลูกหนึ่ง ซึ่งฝ่าระบบป้องกันภัยทางอากาศเข้าไปตกบริเวณลานจอดเฮลิคอปเตอร์ และเป็นการโจมตีครั้งที่สองภายในระยะเวลาห่างกันไม่กี่วัน.
เครดิตภาพ : AFP



