เมื่อเวลา 11.05 น. วันที่ 17 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศแถลง ว่า สำหรับพัฒนาการของสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางได้ขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีการแลกเปลี่ยนการโจมตีทางอากาศระหว่างกันในหลายประเทศ ซึ่งกาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และซาอุดีอาระเบีย สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธ และโดรนจำนวนมาก ที่พุ่งเป้าไปยังจุดยุทธศาสตร์สำคัญ อาทิ แหล่งน้ำมัน และสนามบิน 

นอกจากนี้ ปัจจุบันเรือน้ำมันจำนวนมากยังคงติดค้างบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมัน และเศรษฐกิจโลก หลายประเทศแสดงความกังวลและประณามอิสราเอลที่ส่งกองกำลังเข้าไปโจมตีในเลบานอน ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้พลัดถิ่นจำนวนมาก 

นายปาณิดล กล่าวว่า ขณะที่หลายประเทศได้ปฏิเสธการร่วมกองกำลังเรือรบเปิดช่องแคบฮอร์มุซตามคำขอของสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้จากสถานการณ์ที่ยังมีความไม่แน่นอน กระทรวงต่างประเทศจึงขอให้คนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด ติดตามข่าวสาร และคำแนะนำจากช่องทางติดต่อทางการ รวมถึงลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่ และช่องทางติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ

นายปาณิดล กล่าวว่า สำหรับการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษว่าด้วยสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เมื่อวันที่ 13 มี.ค. โดยประเด็นที่ต้องติดตามต่อ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชน คือการใช้กลไกอาเซียนในการรับมือกับผลกระทบของสถานการณ์ เช่น ราคาสินค้าและราคาพลังงาน โดยระยะสั้นนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ เสนอให้อาเซียนใช้กลไก เช่น ความตกลงอาเซียนว่าด้วยความมั่นคงทางปิโตรเลียม เพื่อลดผลกระทบจากการขาดแคลนพลังงาน และในระยะยาว นายสีหศักดิ์ เสนอว่า อาเซียนต้องเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน และพลังงานทางเลือก รวมทั้งอาศัยโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าอาเซียน เพื่อเพิ่มความเชื่อมโยงของภูมิภาค 

นายปาณิดล กล่าวว่า ที่ประชุมพร้อมจะยกระดับความร่วมมือการค้า การเงิน และการขนส่ง โดยการส่งเสริมความเชื่อมโยง ลดอุปสรรคทางการค้า ซึ่งจะสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของอาเซียนท่ามกลางผลกระทบจากวิกฤติภายนอก ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียน ได้ประกาศแถลงการณ์ของประธานอาเซียนว่า ผลลัพธ์ของการประชุม ย้ำถึงความรุนแรงของสถานการณ์ ตอกย้ำท่าทีของอาเซียน ที่ต้องการให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาเจรจา และใช้วิธีการทางการทูต เพื่อยุติความรุนแรง โดยแถลงการณ์ข้างต้น ได้ชี้ถึงผลกระทบในมิติด้านเศรษฐกิจ พร้อมย้ำการเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลไกอาเซียน ในการรับมือกับผลกระทบดังกล่าว

นายปาณิดล กล่าวว่า ความคืบหน้าของการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ เมื่อวันที่ 16 มี.ค. นายสีหศักดิ์ได้หารือทางโทรศัพท์กับรมว.ต่างประเทศบาห์เรน และรองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งนายสีหศักดิ์ได้ขอบคุณเรื่องการดูแลคนไทยที่พำนักทั้ง 2 ประเทศ และการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่เดินทางกลับประเทศไทย และได้ขอบคุณยูเออี ที่ได้อำนวยความสะดวกลูกเรือมยุรี นารี จำนวน 20 คน ในการเดินทางกลับประเทศไทย ทั้งนี้นายสีหศักดิ์ ยังได้แสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์ในภูมิภาค และหวังว่าสถานการณ์จะได้รับการแก้ไขโดยสันติวิธี ซึ่งไทยพร้อมสนับสนุนความพยายามทางการทูตของทุกประเทศ ในการฟื้นฟูสันติภาพโดยเร็ว 

นายปาณิดล กล่าวว่า ในส่วนอิหร่านที่ได้มีการอพยพเพิ่มเติมจำนวน 2 รอบ คือในวันที่ 17 มี.ค. และรอบในวันที่ 25 มี.ค. ซึ่งสถานทูตได้จัดเจ้าหน้าที่ประสานงานในพื้นที่ และบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองที่ชายแดนตุรกี เพื่อให้คนไทยในอิหร่าน สามารถเดินทางทางบก เพื่อไปขึ้นเครื่องจากตุรกีกลับไทยได้

ทั้งนี้สถานทูตอาจจัดรอบการพยพคนไทยเพิ่มเติม ตามความจำเป็น และความเหมาะสมของสถานการณ์ จึงอยากให้คนไทยติดตามสถานการณ์จากช่องทางทางการ เพื่อประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ 

นายปาณิดล กล่าวอีกว่า ขอให้ผู้ประสงค์เดินทางกลับ แจ้งลงทะเบียนกับสถานเอกอัครราชทูตโดยเร็ว ทั้งนี้มีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือให้ออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง มายังประเทศไทย หรือประเทศที่สาม จำนวน 1,116 คน ทั้งนี้รัฐบาลไทยยึดมั่นให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในพื้นที่ ให้ออกจากพื้นที่อันตรายในโอกาสแรกด้วยความปลอดภัย

เมื่อถามว่า ผลการเจรจากับทางอิหร่านเป็นอย่างไรบ้าง นายปาณิดล กล่าวว่า อย่างที่นายสีหศักดิ์ ได้ให้สัมภาษณ์ไปก่อนหน้านี้ โดยการหารือได้เน้นย้ำท่าทีของประเทศไทย ว่า เราประสงค์จะเห็นการพูดคุย การเจรจาทางการทูตเพื่อยุติความขัดแย้ง และนายสีหศักดิ์ ได้พูดคุยกับรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน เรื่องการให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คน ซึ่งฝ่ายอิหร่านได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และรับที่จะประสานกองทัพเรืออิหร่านเพื่อให้การช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คน 

นอกจากนี้ ยังมีความห่วงกังวลเรื่องผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อการเดินเรือ ซึ่งประเทศไทยไม่ได้เป็นคู่กรณีความขัดแย้ง จึงอยากให้ลูกเรือไทยเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย