สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ว่า นายเซน แดนกอร์ อธิบดีกรมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศแอฟริกาใต้ ปฏิเสธการตัดความสัมพันธ์กับอิหร่าน รวมถึงข้อเรียกร้องอื่น ๆ ของรัฐบาลสหรัฐ เช่น การยกฟ้องคดีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของแอฟริกาใต้ต่ออิสราเอล การยกเลิกกฎหมายเพิ่มอำนาจให้แก่คนผิวสี หรือการยอมรับโครงการผู้ลี้ภัยสำหรับคนผิวขาว
คำกล่าวของแดนกอร์มีขึ้นในขณะที่สหรัฐและอิสราเอล ทำสงครามกับอิหร่าน ซึ่งเป็นสถานการณ์ความขัดแย้งที่สร้างความตึงเครียดเพิ่มขึ้นให้กับรัฐบาลต่าง ๆ ในการจัดการความสัมพันธ์กับรัฐบาลเตหะราน และความสัมพันธ์ที่เสื่อมถอยอย่างมาก ระหว่างรัฐบาลพริทอเรียกับรัฐบาลวอชิงตัน ในช่วงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐสมัยที่สอง
South Africa rejects US pressure to distance itself from Iran
— Daily Monitor (@DailyMonitor) March 16, 2026
South Africa's relationship with the U.S. has been at a low since Trump accused its Black majority government of persecuting its white minority.
https://t.co/5ngjntjkTM
“เราไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่จะตัดความสัมพันธ์กับอิหร่าน แต่เราก็ไม่ได้หลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์อิหร่านโดยสิ้นเชิง” แดนกอร์ กล่าวเพิ่มเติม โดยชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีไซริล รามาโฟซา ผู้นำแอฟริกาใต้ ตักเตือนอิหร่านในเรื่องการปราบปรามผู้ประท้วงเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา และการโจมตีประเทศเพื่อนบ้านในสงครามครั้งล่าสุด
อนึ่ง นายลีโอ โบเซลล์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำแอฟริกาใต้คนใหม่ กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสื่อเป็นครั้งแรก ว่าความสัมพันธ์ระหว่างแอฟริกาใต้กับอิหร่าน เป็นอุปสรรคต่อความสัมพันธ์ที่ดีกับสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม แดนกอร์กล่าวว่า สหรัฐมี “ความสัมพันธ์แบบเฉพาะเจาะจง” กับอิหร่าน ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่หลายประเทศในโลกไม่มี พร้อมกับเสริมว่า รัฐบาลพริทอเรียมีความกระตือรือร้นที่จะปรับปรุงความสัมพันธ์กับรัฐบาลวอชิงตัน แต่ทั้งสองฝ่ายควรหารือในประเด็นที่เห็นพ้องต้องกัน.
เครดิตภาพ : REUTERS



