เมื่อวันที่ 17 มี.ค. นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า เมื่อ ครม. มีมติ ในวันรุ่งขึ้น (11 มี.ค.) ทางสํานักงานศาลยุติธรรม นายธีรทัย เจริญวงศ์ เลขาธิการสํานักงานศาลยุติธรรม ก็เรียกประชุมโดยด่วนเเละออกมาตรการไปยังศาลยุติธรรมทั่วประเทศ และหน่วยงานในสังกัดทั้งหมดเพื่อให้เดินตามแนวทางที่รัฐบาลได้ออกไว้ในเรื่องของมาตรการการประหยัดพลังงาน
ซึ่งความจริงศาลยุติธรรมเองก็ดําเนินการเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง แต่ครั้งนี้ก็ถือเป็นการเน้นย้ำและให้นําไปสู่ภาคปฏิบัติที่ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการปรับลดอุณหภูมิ ลดการใช้พลังงานในเรื่องของเครื่องปรับอากาศ
ในส่วนของรูปธรรมที่เห็นชัด ก็คือการประชุมใหญ่ศาลฎีกาเมื่อวันที่ 11 มี.ค. ที่ผ่านมา นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา ได้มีดําริ ว่าให้ผู้ที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมดไม่ต้องใส่สูท ไม่ต้องผูกเนกไท ใส่เสื้อที่ระบายอากาศได้ดี รวมถึงมีการปรับลดในการใช้พลังงาน โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศที่อยู่ในห้องประชุมใหญ่ ในส่วนของศาลอุทธรณ์ ก็ดําเนินการในรูปแบบเดียวกับศาลฎีกาฯ ให้สอดคล้องตามแนวทางของรัฐบาล
เเต่ในส่วนการพิจารณาคดีเนื่องจากเครื่องแบบหรือเครื่องแต่งกายของผู้พิพากษา อัยการก็ดี หรือว่าทนายความ จะมีกฎหมายเป็นตัวกําหนดเอาไว้ ในเรื่องของชุดครุย ที่ต้องสวมทับสูท ในการบริหารพิจารณาพิพากษาคดีของศาล ผู้บริหารของศาลก็คงจะต้องใช้ให้สอดคล้องกับการทํางานของตัวเอง และก็กฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย หากอยู่ในบัลลังก์ หรือห้องพิจารณาคดีก็ยังคงใส่สูทมีชุดครุยทับเป็นไปตามปกติ
แต่ในเรื่องของอุณหภูมิในห้องหรือการใช้เครื่องปรับอากาศ ก็จะต้องมีการปฏิบัติตามแนวทางที่สํานักงานศาลยุติธรรมได้ออกไป ซึ่งก็เดินตามแนวทางของมติคณะรัฐมนตรี
ส่วนเรื่อง Work from Home อันนี้ต้องรายละเอียดที่ ครม. จะส่งให้เรามาพิจารณาว่าจะปรับอย่างไรให้สอดคล้องกับบริบทการทํางานการยุติธรรมในส่วนเจ้าหน้าที่ที่จะต้องให้บริการประชาชน ก็อาจทำไม่ได้ เพราะในส่วนของการพิจารณาคดี ที่จะต้องมีการใช้พิจารณาคดีแบบปกติ ก็คงจะต้องเดินตามแนวเดิมต่อไปไม่สามารถ Work from Home ได้
แต่หากมีกรณีไหนที่สามารถใช้ระบบออนไลน์ได้ ซึ่งระเบียบหรือกฎหมายบางอย่างเปิดช่องอยู่ ก็อาจจะสามารถที่จะใช้ระบบการพิจารณาคดีแบบออนไลน์ ซึ่งเรามีระบบรองรับทําได้เหมือนช่วงสถานการณ์โควิด ที่คงจะต้องมีการเอามาปรับใช้ให้มันสอดคล้องกับการบริการในสถานการณ์นี้



