เป็นไม้ผลยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงประมาณ 10-20 เมตร  มีระบบรากหาอาหารลึกประมาณ 60 – 90 ซม.  แตกกิ่งก้านทรงพุ่มกว้าง เปลือกต้นสีเทาปนน้ำตาล ใบประกอบแบบขนนก ใบย่อยรูปรี ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ดอก มีขนาดเล็ก สีเขียวอ่อนหรือสีนวลออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง มีทั้งดอกตัวผู้และดอกสมบูรณ์เพศ ผล รูปร่างกลมหรือกลมรี เปลือกหนา มีขนยาวหนาแน่น เมื่อสุกจะเป็นสีแดงสดหรือสีเหลือง เนื้อและเมล็ด: เนื้อผลสีขาวหรือขาวอมเหลือง ล่อนจากเมล็ด หรือติดเมล็ด รสชาติหวาน-หวานอมเปรี้ยว เมล็ดมีรูปไข่แบนยาว สีน้ำตาล

เงาะเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินที่สำคัญต่อร่างกาย เช่น ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม วิตามินบีรวม ยิ่งไปกว่านั้นยังมีวิตามินซีสูงถึง 4.9 มิลลิกรัม ช่วยให้ดูดซึมธาตุเหล็ก ซึ่งช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดงได้ดียิ่งขึ้น มีส่วนช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ช่วยรักษาอาการอักเสบในช่องปาก ช่วยแก้อาการท้องร่วงรุนแรงอย่างได้ผล ช่วยรักษาโรคบิด ท้องร่วง ใช้เป็นยาแก้อักเสบ ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เงาะมีสารแทนนิน ซึ่งนำมาใช้ในอุตสาหกรรมฟอกหนัง ย้อมสีผ้า บำบัดน้ำเสีย ทำปุ๋ย และกาว เป็นต้น สารแทนนิน (tannin)ช่วยป้องกันแมลง ยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ใช้ทำเป็นยารักษาโรค

ส่วนเนื้อของเงาะอุดมไปด้วยไฟเบอร์ มีทั้งไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ ไฟเบอร์แบบละลายน้ำในเนื้อเงาะช่วยเพิ่มเจลหรือสารเคลือบระบบทางเดินอาหาร ลดการดูดซึมไขมันเข้าสู้กระแส เลือด ช่วยชะลอการย่อย จึงช่วยให้อิ่มท้อง ลดความอยากอาหาร เหมาะสำหรับผู้ควบคุมน้ำหนัก ส่วนเส้นใยแบบไม่ละลายน้ำนั้นจะช่วยเพิ่มกากอาหารในลำไส้ใหญ่ ทำให้อุจจาระนุ่ม ช่วยให้ขับถ่ายง่าย ลดอาการท้องผูก ไม่ต้องออกแรงเบ่ง ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดริดสีดวงทวาร

ทั้งนี้เงาะมีสารแทนนิน  ซึ่งมีฤทธิ์ในการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ในกระเพาะอาหาร การรับประทานในปริมาณมากเกินไปอาจจะทำให้ท้องอืดหรือท้องผูกได้  เพราะฉะนั้นควรรับประทานอย่างพอประมาณ เพื่อที่ร่างกายจะได้รับประโยชน์อย่างสูงสุด เมล็ดเงาะมีพิษ ห้ามรับประทานเพราะอาจจะมีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และมีไข้ได้ ถึงแม้จะนำไปคั่วจนสึกแล้วก็ตาม ก็ยังเป็นอันตรายอยู่ดี.