นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) เปิดภาพรวมโครงการกำจัดมูลฝอยเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าอ่อนนุช ชูโมเดล ‘ต่อยอดการกำจัดขยะเป็นพลังงาน’ ควบคู่การควบคุมมลพิษรอบด้าน ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพมหานคร ที่มุ่งลดภาระการฝังกลบและต่อยอดสู่พลังงานสะอาดใช้ได้จริง โดยจะเริ่มทดสอบระบบรับขยะในวันที่ 20 มีนาคม 2569

‘เหอ หนิง’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า วางเป้าหมายหลักในการยกระดับการจัดการขยะของเมือง โดยใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมนำพลังงานที่ได้กลับมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า เพื่อลดปริมาณขยะฝังกลบและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

โครงการดังกล่าวออกแบบให้การผลิตไฟฟ้าเป็น ‘ผลลัพธ์ต่อเนื่อง’ จากกระบวนการกำจัดขยะอย่างมีประสิทธิภาพ โดยขยะจะถูกนำเข้าเตาเผาแบบตะกรับภายใต้อุณหภูมิสูง 850-1,100 องศาเซลเซียส เพื่อให้การเผาไหม้สมบูรณ์ ลดการเกิดสารมลพิษ ก่อนนำความร้อนไปผลิตไอน้ำแรงดันสูง หมุนกังหันผลิตไฟฟ้าประมาณ 30 เมกะวัตต์ โดย 13-14% ถูกนำมาใช้ภายในโครงการ และส่วนที่เหลือสามารถจำหน่ายเข้าสู่ระบบ สอดคล้องกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน

ในมิติสิ่งแวดล้อม โครงการวางระบบควบคุมมลพิษทางอากาศแบบหลายชั้น ตั้งแต่การดักจับก๊าซกรด เช่น HCl และ HF การฉีดปูนขาวเพื่อลดโลหะหนักและไดออกซิน ไปจนถึงการใช้เครื่องดักฝุ่นแบบถุงกรอง (Bag Filter) ที่มีประสิทธิภาพสูง พร้อมติดตั้งระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบต่อเนื่อง (CEMS) เพื่อเฝ้าระวังและรายงานผลแบบเรียลไทม์

จุดตั้งต้นของการลดผลกระทบเริ่มตั้งแต่ ‘บ่อรับขยะระบบปิด’ ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่ออกแบบให้เป็นระบบแรงดันลบ อากาศภายนอกจะไหลเข้าสู่ภายในตลอดเวลา ป้องกันกลิ่นรั่วไหล และนำอากาศที่ปนเปื้อนเข้าสู่เตาเผาเพื่อกำจัดไปพร้อมกัน เสริมด้วยเทคโนโลยี E-nose ที่ใช้เซนเซอร์และ AI ตรวจจับกลิ่นในรูปแบบดิจิทัล ช่วยติดตามและควบคุมปัญหากลิ่นได้แม่นยำยิ่งขึ้น

ด้านการจัดการของเสียตกค้าง เถ้าหนักและเถ้าละเอียดจะถูกแยกและนำไปกำจัดตามมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ขณะที่น้ำเสียจากกระบวนการถูกบำบัดและหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ภายในโครงการ สอดรับกับแนวคิด Zero Discharge ลดการปล่อยของเสียออกสู่ภายนอก

ในภาพรวม โครงการบนพื้นที่ราว 30 ไร่ รองรับการกำจัดขยะได้ไม่น้อยกว่า 1 พันตันต่อวัน (สูงสุด 1.6 พันตันต่อวัน) ด้วยขีดความสามารถดังกล่าว ทำให้โครงการถูกจับตาในฐานะกลไกหลักในการการจัดการขยะของกรุงเทพฯ ทั้งในด้านประสิทธิภาพและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว