เมื่อวันที่ 18 มี.ค. 69 ที่บ้านเช่าหลังหนึ่งใน อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี พ.ต.อ.ธนกร พัฒนนันแก้ว ผกก.สภ.บ้านผือ ร่วมกับ น.ส.ฐิตาภร เทพบุผา ประธานสภาเทศบาลตำบลบ้านผือ นายสุจิน อินมโรง รอง ผอ.โรงเรียนบริบาลภูมิเขตต์ และคณะตำรวจ ครู ฝ่ายปกครอง เข้าไปเยี่ยมครอบครัวของ ด.ญ.แป้ง อายุ 10 ขวบ นักเรียนชั้น ป.4/2 โรงเรียนบริบาลภูมิเขตต์ หลังจากได้รับรายงานว่าต้องขาดเรียน เพื่อดูแลน้องชายและน้องสาวตามลำพังที่บ้าน เนื่องจากแม่ติดคุก ส่วนพ่อต้องออกไปทำงาน
บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ข้างในบ้านมีข้าวของเครื่องใช้วางไว้ระเกะระกะไม่เป็นระเบียบ มีฝุ่นและกองขยะอยู่หลายจุด เนื่องจากไม่มีการเก็บทำความสะอาดมานาน โดยมีนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี เป็นเจ้าของบ้านเช่า และเป็นพ่อของเด็กทั้ง 3 คน ออกมายืนยันให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ด้วยความตกใจและงุนงง โดยมี ด.ญ.แป้ง ด.ช.บิว อายุ 4 ขวบ และ ด.ญ.น้ำผึ้ง อายุ 2 ขวบ นั่งเล่นด้วยกันอยู่ภายในบ้าน

นายสุจิน อินมโรง รอง ผอ.โรงเรียนบริบาลภูมิเขตต์ ให้ข้อมูลว่า ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้รับรายงานจากคณะครูว่า มีนักเรียนหญิงชั้น ป.4 และนักเรียนชายชั้นอนุบาล 2 ที่เป็นพี่น้องกัน ไม่มาเรียนหนังสือนานกว่า 20 วัน จึงจัดคณะครูลงพื้นที่ไปตรวจสอบ เนื่องจากเด็กขาดเรียนไปนาน และกำลังจะต้องสอบปลายภาค เมื่อไปถึงครั้งแรกช่วงสาย ประมาณ 09.00 น. ก็พบว่าเด็กทั้งหมดอยู่กันตามลำพัง ส่วนผู้เป็นพ่อออกทำงานที่โรงฆ่าสัตว์ ยังไม่กลับมาที่บ้าน ซ้ำร้ายผู้เป็นแม่ถูกจับติดคุกคดียาเสพติดมาหลายเดือนแล้ว
ตอนนั้นเด็กทั้งหมดบอกว่ายังไม่ได้กินข้าว เพราะพ่อยังไม่กลับบ้าน และไม่มีกับข้าวเหลือเลย คณะครูจึงเอาเงินไปซื้อกับข้าวมาไว้ให้กินประทังชีวิตไปก่อน จากนั้นทางโรงเรียนก็ส่งครูเข้ามาดูแลเท่าที่ทำได้ นำกับข้าว น้ำดื่ม นมโรงเรียน มาให้กับเด็กๆ ไว้ได้กิน ระหว่างนั้นเราก็ได้ทำหนังสือรายงานไปยังต้นสังกัด จนผู้บริหารได้สั่งการให้เข้ามาดูแลเด็กทั้งหมด เราจึงประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอ และตำรวจ ให้เข้ามาดูแลช่วยเหลือเพิ่มเติม จนเกิดการเข้ามาตรวจเยี่ยมในวันนี้ และหลังจากนี้ จะพาเด็กไปโรงเรียนอีกครั้ง เพื่อทำการสอบปลายภาคให้ทันกับเพื่อนนักเรียนคนอื่น แม้ว่าจะปิดภาคเรียนไปแล้ว และจะหาทางช่วยเหลืออย่างถึงที่สุด

พ.ต.อ.ธนกร พัฒนนันแก้ว ผกก.สภ.บ้านผือ เปิดเผยว่า หลังทราบเรื่องก็ได้เข้ามาตรวจสอบ แม่ของเด็กตอนนี้ต้องโทษจริง ส่วนผู้เป็นพ่อเอง ก็ยังอยู่ระหว่างรอรายงานตัว คาดว่าจะต้องรับโทษในคดีครอบครองยาเสพติดเหมือนกับภรรยาเช่นกัน ตรงนี้เป็นสิ่งที่กังวลมาก หากพ่อต้องติดคุกไปอีกคน ก็คงไม่มีใครดูแล สอบถามก็ทราบว่า ยังมีญาติที่เป็นปู่ย่าตายาย อาศัยอยู่ในละแวกใกล้กัน แต่เนื่องจากอายุมากและยากจน คงจะไม่สามารถดูแลเด็กได้ทั้งหมด และเนื่องจากน้องแป้ง เป็นลูกติดฝั่งแม่ นายเอ ก็เป็นพ่อเลี้ยง ญาติฝั่งพ่อเลี้ยงอาจจะไม่รับดูแลน้องแป้งก็เป็นได้
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการสอบถามเพื่อนบ้านคนอื่น ทราบว่าเด็กทั้งหมดมักจะต้องอยู่ดูแลกันตามลำพัง ช่วงแรกผู้เป็นพ่อจะขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งลูก 2 คน ไปโรงเรียน แต่พักหลังก็ต้องหยุดไป เนื่องจากต้องดูแลลูกสาวคนเล็ก รวมทั้งต้องไปทำงานที่โรงฆ่าสัตว์ แต่สิ่งที่กังวลมากที่สุด คือ ผู้เป็นพ่อมักจะพาเพื่อนผู้ชายมาดื่มสังสรรค์หรือมั่วสุมที่บ้านช่วงเย็นถึงค่ำ เด็กอาจจะซึมซับพฤติกรรม หรือแม้แต่การล่วงละเมิดเด็ก เนื่องจากน้องแป้งกำลังจะโตเป็นสาว โดยเรื่องนี้อยู่ระหว่างการประสานหน่วยงานเกี่ยวกับเด็กและสตรีเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด.



