จากกรณีสงครามอิหร่าน กับ สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล ดูเหมือนจะไม่มีวี่แววจะยุติลงง่ายๆ และยังทวีความรุนแรงมากขึ้นในเดือนนี้ วิกฤติครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทุกอย่างในโลก รวมถึงอุตสาหกรรมกีฬา เพราะการสู้รบที่ขยายวงกว้างทำให้ต้องเลื่อนและยกเลิกอีเวนต์กีฬา และกิจกรรมระดับโลกหลายรายการ โดยเฉพาะในภูมิภาคอ่าวอาหรับ ส่งผลต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการลงทุนด้านกีฬาหลักพันล้านดอลลาร์ ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้

เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง” ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ออกมาโพสต์ข้อความวิเคราะห์สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล กับ อิหร่าน ลงเฟซบุ๊ก Wanwichit Boonprong โดยมองว่าเป็น “สงครามที่ไร้ยุทธศาสตร์ชัดเจน” และมีแนวโน้มยืดเยื้อ

โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า “ผมติดตามบทวิเคราะห์สื่อระดับโลกหลายสำนัก ที่มองสงครามสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล vs อิหร่าน เป็น “สงครามที่ไร้ยุทธศาสตร์” หรือไร้ทิศทางว่า ศึกคราวนี้จะจบลงอย่างไร มาไล่วิเคราะห์เป็นข้อๆ กันครับ”

นอกจากนี้ “วันวิชิต” ยังได้วิเคราะห์กรณีสงครามสหรัฐอเมริกา-อิสราเอล vs อิหร่าน จะจบลงเมื่อใด 9 ข้อ ดังต่อไปนี้
1. ในยุคความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในการเมืองการต่างประเทศร่วมสมัย ไม่ควรที่จะมีผู้นำของรัฐใดรัฐหนึ่ง จะประทานความตายผู้นำอีกชาติหนึ่ง ด้วยการโจมตีด้วยอาวุธหนัก ดังเช่นผู้นำสหรัฐประกาศด้วยความหน้าชื่นตาบานว่า ผู้นำสูงสุดเสียชีวิตแล้ว
2. เมื่อผลลัพธ์ความตายของผู้นำอิหร่านลงเอยแบบนี้ ทำให้อิหร่านไม่มีทางเลือก จำเป็นต้องเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการพัฒนาขีปนาวุธหัวรบนิวเคลียร์ ให้สำเร็จเหมือนเกาหลีเหนือ เพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัยของระบอบการปกครองของอิหร่าน , กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม จะยังคงดำรงอยู่ต่อไป ไม่มีใครมาคุกคาม โดยเฉพาะอิสราเอล
3. ผู้นำสหรัฐเชื่อมั่นตนเองมากเกินไป และประเมินขีดความสามารถทางการรบของอิหร่านต่ำเกินไป เห็นได้ชัดการปฏิเสธข้อเสนอของ นายโจเซฟ เคนต์ (Joseph Kent) ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นอดีตทหารเก่า ได้ทักท้วงให้ทรัมป์หาทางยุติสงคราม และไม่เป็นผล จนสุดท้ายเขาตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง ผอ. ไป
4. หลังจากนี้ขบวนการก่อการร้ายต่างๆ ที่อิหร่านให้ทุนอุปถัมภ์จะกลายเป็นนักรบนิรนาม หรือ การก่อเหตุตามลำพังในแบบฉบับของพวก lone wolf จะระบาดและกระจายไปยังแหล่งผลประโยชน์ของสหรัฐ-อิสราเอล (ไทยเองก็ต้องกวดขัด สอดส่องพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวอย่าง เกาะสมุย, อ.ปาย, ภูเก็ต ที่มีคนยิวอยู่อาศัยเป็นชุมชน) โลกจะไม่ปกติอีกต่อไป
5. การที่อิหร่านเล่นเกมบีบในการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้เรือขนส่งสินค้า-น้ำมัน กระทบไปทั่วโลก ราคาน้ำมันถีบตัวสูง ถือเป็นการบีบสหรัฐไปในตัว เพราะตลาดในสหรัฐ ตลอดจนคะแนนสำรวจความนิยมของพรรครีพับลิกันจะดำดิ่ง หากยังดื้อดึงเดินหน้าจะพิชิตให้อิหร่านอย่างเด็ดขาด เพราะต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน หรือเป็นปีๆ


6. สหรัฐ ไม่คิดว่าอิหร่านตั้งรับและตอบโต้สร้างความเสียหายให้กองทัพสหรัฐ-อิสราเอล ตลอดจนชาติอาหรับที่สหรัฐมีฐานทัพ สถานทูต โรงกลั่นน้ำมัน-ถังเก็บน้ำมัน อย่างหนัก ขนาดระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD ที่สหรัฐภูมิใจนักหนา ถูกถล่มย่อยยับ จนถึงขั้นขอยืม THAAD จากเกาหลีใต้ มาติดตั้งเพื่อคุ้มครองอิสราเอล ชี้ให้เห็นว่า ระบบการป้องกันภัยทางอากาศ หรือ การดักจรวด, โดรนพิฆาต ไม่สามารถ intercept (สกัดกั้น) ได้ 100%
7. การรบระยะยาวจะเข้าทางอิหร่าน สหรัฐจำเป็นต้องส่งกองกำลังทางพื้นราบพวกนาวิกโยธิน เข้าชายแดนอิหร่าน ซึ่งไม่ง่าย นั่นเข้าสู่ ”เขตสังหาร“ อย่างสมบูรณ์ การสูญเสียย่อมตามมา งบประมาณการสู้รบ ค่าใช้จ่ายกำลังพลจะมหาศาลเพียงใด อิหร่านถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจมาหลายสิบปี ชี้ให้เห็นจิตวิญญาณความอึดความอดทนของชาวเปอร์เซีย และเชื่อว่าอิหร่านยังมีอาวุธเด็ดที่ยังปล่อยออกมาไม่หมด
8. ไม่ต้องแปลกใจหากหลายๆประเทศเลือกจะนิ่งเฉย ไม่ให้ความช่วยเหลือสหรัฐ ตามที่ ประธานาธิบดีทรัมป์ตัดพ้อ และลำเลิกบุญคุณ ใช่ครับ ชาติใดก็ตามที่ตัดสินใจเดินหน้าสนับสนุนสหรัฐ-อิสราเอล เต็มตัวเมื่อไหร่ จะกลายเป็นเป้า “หมายหัว” หรือ บัญชีดำ ของกลุ่มก่อการร้ายทันที ดังเช่น สเปน เคยถูกวางระเบิดสังหารพลเรือนผู้บริสุทธิ์มากมายในสถานีรถไฟกลางกรุงมาดริดมาแล้ว ที่สำคัญอำนาจการยิงขีปนาวุธของอิหร่าน มีขีดความสามารถรัศมีการยิงที่ไกลอย่างคาดไม่ถึง ดังเช่นอาเซอร์ไบจาน ถูกถล่มมาแล้ว ดังนั้นทุกชาติเลือกที่จะนิ่งเฉย
9. ความชอบธรรมตีบตัน เพราะการกำหนดชื่อ ยุทธการ Operation Epic Fury หรือ “ปฏิบัติการแห่งความเดือดดาลสุดขีด” หรือเปล่า ทำให้การยิงจรวดขีปนาวุธโทมาฮอว์ก ไปยังโรงเรียนสตรีอิหร่าน จนทำให้นักเรียนหญิงเสียชีวิตทันที 168 ราย เน้นผลลัพธ์กะว่าให้อิหร่านพินาศราบพนาสูญ โดยไม่สนใสใสใสใสอินังขังขอบใดๆ สะท้อนให้เห็นระบบข่าวกรองของสหรัฐ-อิสราเอล ล้มเหลว หรือ เป็นเจตนา?! แต่สังคมโลกวิจารณ์ว่า นี่คือ calamitous mistake (ความผิดพลาดที่ยากจะบรรยายได้) แถมปฏิเสธความรับผิดชอบใดๆ จากสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม “ทรัมป์ยังมีทางลง และประกาศชัยชนะ โดยอ้างว่าได้ทำลายให้กองทัพอิหร่านอ่อนแอลง และโครงสร้างพื้นฐานถูกทำลาย และยุติสงคราม น่าจะทำให้โลกใบนี้หายใจหายคอได้คล่องตัวขึ้นนะครับ”

ขอบคุณข้อมูล : Wanwichit Boonprong