เมื่อวันที่ 19 มี.ค. นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการช่วยเหลือกรณีรถกู้ภัยของมูลนิธิในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะ 3 จังหวัด คือ กาฬสินธุ์ สงขลา หนองบัวลำภู เริ่มประสบปัญหาน้ำมันขาดแคลน กระทบการปฏิบัติงานรับผู้ป่วยว่า เมื่อวันที่ 18 มี.ค. นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัด สธ. ได้ประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข รับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นพบว่า ปัจจุบันได้มีการลงไปแก้ไขปัญหาในรายโรงพยาบาลแล้ว
นอกจากนี้ ได้สั่งการ ผอ.รพ. และนายแพทย์สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ให้เข้าไปช่วยติดตาม แต่ละจุดมีปัญหาที่แตกต่างกัน แต่ภาครัฐได้มีการพูดคุยกันว่า รถฉุกเฉินหรือรถกู้ภัยต่างๆ ขอให้จัดอันดับความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ ในการดูแล และมีน้ำมันสำรองสำหรับรถที่ต้องใช้ช่วยชีวิตคน
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะต้องหารือกับกระทรวงพลังงานเพื่อสำรองน้ำมันให้กับรถฉุกเฉินและรถกู้ภัยต่างๆ หรือไม่ โดยเฉพาะมูลนิธิต่างๆ ที่อาจจะมีไม่เงินสำรองมากหากราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นมาก นายพัฒนา กล่าวว่า สำหรับรถของโรงพยาบาล เราได้ประสานกับ ผอ.รพ. ให้เตรียมการให้ดี ไม่กักตุน โดยให้เพียงพอใช้สำหรับ 1-2 วัน ทั้งประสานกับสถานีน้ำมันที่ รพ.ใช้เป็นประจำ ให้สำรองน้ำมันให้รถ รพ.
“ผมในฐานะประธานคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน จะหารือกับ ผอ.สพฉ. ว่าจะให้การสนับสนุนช่วยเหลือรถฉุกเฉินอย่างไรได้บ้างเพราะ สพฉ. จะทำงานกับกู้ภัย เป็นลักษณะขอความร่วมมือ ส่วนเรื่องงบประมาณต้องหารือในรายละเอียดอีกครั้ง” นายพัฒนา กล่าว
ด้าน ดร.พิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวว่า หากราคาน้ำมันขึ้นสูงต่อเนื่อง คาดว่าอีก 1 เดือน หน่วยอื่นๆ ที่เป็นมูลนิธิจะไม่มีเงินเติมน้ำมัน ผลกระทบจะเริ่มมากขึ้น การให้บริการช่วยเหลือผู้ป่วยที่อยู่ตำบลที่ห่างไกลก็จะเกิดปัญหา
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะช่วยเหลือมูลนิธิต่างๆ ได้อย่างไรบ้าง ดร.พิเชษฐ์ กล่าวว่า แนวทางช่วยเหลือมูลนิธิต่างๆ นั้น ขึ้นกับนโยบายของรัฐบาล ซึ่งในเรื่องของราคาน้ำมันนั้น ขึ้นกับรัฐบาลและกระทรวงพลังงานว่า จะตรึงราคาน้ำมันสำหรับรถฉุกเฉิน รถพยาบาล รถอาสาของมูลนิธิที่ออกช่วยเหลือประชาชนหรือไม่ เรื่องนี้สำคัญเพราะมีผลกับผู้ป่วยฉุกเฉิน มีผลต่อชีวิต
ทั้งนี้ นายพัฒนา ยังให้สัมภาษณ์ถึงราคายาเริ่มปรับขึ้น ว่า มีสัญญาณการปรับขึ้น เนื่องมาจากต้นทุนการขนส่งที่ยาวนานขึ้น สภาพคล่องผู้ขายหลายราย อย่างไรก็ตาม จากการพูดคุยได้รับคำยืนยันว่าสต๊อกยาที่มีอยู่ยังเป็นยาที่อยู่ในต้นทุนเดิม ก็จะพยายามตรึงราคาไว้ให้ได้นานที่สุด แน่นอนว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อมาก การขนส่งน้ำมัน ทุกอย่างเป็นต้นทุน อาจจะหลีกเลี่ยงได้ยากแต่จะพยายามให้กระทบกับผู้ป่วยและประชาชนน้อยที่สุด
“ขณะนี้ในสต๊อกมียาใช้ได้ราว 3 เดือน ซึ่งก็น่าจะตรึงราคาได้จากลอตเดิม แต่อาจจะไม่ใช่ยา เวชภัณฑ์ ทุกตัว ก็ต้องขึ้นกับกระทรวงพาณิชย์ด้วย เพราะยาถือเป็นสินค้าควบคุม” รมว.สธ.กล่าว.



