สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ว่า เขตอุตสาหกรรมราส ลัฟฟาน ตั้งอยู่ทางปลายทิศตะวันออกเฉียงเหนือของคาบสมุทรกาตาร์ ห่างจากกรุงโดฮาไปทางเหนือประมาณ 80 กิโลเมตร ทำหน้าที่แปรรูปก๊าซจากแหล่งสำรองขนาดมหาศาลในอ่าวเปอร์เซีย ที่แบ่งปันร่วมกับอิหร่าน โดยฝั่งกาตาร์เรียกว่าแหล่ง “นอร์ธ โดม” (North Dome) ขณะที่ฝั่งอิหร่านเรียกว่า “เซาธ์ พาร์ส” (South Pars)
ราส ลัฟฟาน ดำเนินงานโดยบริษัทกาตาร์เอเนอร์จี ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของกาตาร์ ถือเป็นศูนย์กลางก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) สำคัญที่สุดของโลก โดยเป็นจุดรวมทั้งระบบขนส่ง การแปรรูป และสิ่งอำนวยความสะดวกท่าเรือเข้าไว้ด้วยกัน
ปัจจุบัน กาตาร์ส่งออกแอลเอ็นจีคิดเป็นสัดส่วนราว 20% ของอุปทานโลก ถือเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่อันดับ 2 รองจากสหรัฐ และก๊าซเกือบทั้งหมดถูกส่งออกจากราส ลัฟฟาน
QatarEnergy’s Ras Laffan Industrial City to the north of Doha, Qatar's main site for the production of liquefied natural gas and gas-to-liquid, as well as the largest export terminal for LNG in the world, has been heavily targeted tonight by ballistic missiles fired by Iran.… pic.twitter.com/Ax9WaOjDAK
— OSINTdefender (@sentdefender) March 18, 2026
ทั้งนี้ การผลิตแอลเอ็นจีและผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ภายในนิคมราส ลัฟฟาน ถูกระงับไปตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ยิ่งไปกว่านั้น การที่อิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานภายในราส ลัฟฟาน ซ้ำหลายรอบ จะยิ่งทำให้ระยะเวลาในการกลับมาเริ่มต้นระบบใหม่ทอดยาวออกไปอีก
Explained: Qatar’s Ras Laffan LNG complex, the world’s largest, has shut down following recent Iranian strikes, disrupting 20% of the global supply of liquefied natural gas pic.twitter.com/49SG9xbhbF
— The National (@TheNationalNews) March 7, 2026
จากวิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้น ประเทศในเอเชียใต้อย่าง ปากีสถาน บังกลาเทศ และอินเดีย คาดว่าจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากพึ่งพาแอลเอ็นจีจากกาตาร์ มากกว่าครึ่งหนึ่งของความต้องการทั้งหมด และมีคลังสำรองจำกัด และ ราส ลัฟฟาน ยังเป็นฐานส่งก๊าซไปยังอีกหลายประเทศในเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา ซึ่งทั้งหมดต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนพลังงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากแอลเอ็นจี ราส ลัฟฟาน ยังเป็นฐานผลิตปุ๋ยเคมี ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในอุตสาหกรรมเกษตรโลก กำมะถัน ที่เป็นสารเคมีพื้นฐานอุตสาหกรรม และฮีเลียม ซึ่งเป็นก๊าซที่จำเป็นอย่างยิ่งในการผลิตไมโครชิป โดยลาส รัฟฟาน สามารถผลิตฮีเลียมได้มากถึง 25% ของการผลิตทั่วโลก.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



