เมื่อวันที่ 19 มี.ค. พระพรหมวัชรธีราจารย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) พร้อมผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัย ประกอบด้วย พระทพวัชรสารบัณฑิต รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนละพัฒนา พระปัญญาวัชรบัณฑิต รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ พระศรีวัชรศาสตร์บัณฑิต รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ พระสุธีวัชรบัณฑิต รองอธิการบดี วิทยาเขตเชียงใหม่ เป็นต้น พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและสัมมนา งานศูนย์พระบัณฑิตอาสาพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง มจร วิทยาเขตเชียงใหม่ ณ ที่พักสงฆ์พระบัณฑิตอาสาพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงบ้านปางกิ่ว อ.แม่สรวย จ.เชียงราย

โดยพระพรหมวัชรธีราจารย์ ได้ทำพิธีเปิดป้าย “หมู่บ้านชุมชนเข้มแข็ง” โดยมีข้อความว่า “มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า บ้านปางกิ่ว ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เป็นหมู่บ้านชุมชนเข้มแข็ง และประกอบสัมมาชีพตามหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ประกาศ ณ วันที่ 19 มี.ค. 2569 (พระพรหมวัชรธีราจารย์, ศ.ดร.) อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย”
พระสุธีวัชรบัณฑิต กล่าวว่า ศูนย์พระบัณฑิตพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง ดำเนินการตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา ปัจจุบันก้าวเข้าสู่ปีที่ 27 ซึ่งวิทยาเขตเชียงใหม่ รับสนองนโยบายของมหาวิทยาลัย รับผิดชอบในการบริการวิชาการแก่สังคมใน 4 จังหวัด คือ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง และแม่ฮ่องสอน โดยมีวิสัยทัศน์ คือ “พระพุทธศาสนาสร้างสุข สู่ราษฎรบนพื้นที่สูง” ดำเนินการตามพันธกิจ 4 ประการ คือ 1. เผยแผ่พระพุทธศาสนาแก่ราษฎรบนพื้นที่สูง 2. การบริการสังคม (การศึกษา การสงเคราะห์ ลด ละ เลิกอบายมุข) 3. อนุรักษ์ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมประเพณีกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง 4. อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

พระสุธีวัชรบัณฑิต กล่าวต่อไปว่า โดยในปี 2569 ศูนย์พระบัณฑิตพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง วิทยาเขตเชียงใหม่ ได้กำหนดการตรวจเยี่ยม ณ ที่พักสงฆ์พระบัณฑิตพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงบ้านปางกิ่ว ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ระหว่างวันที่ 19-20 มี.ค. 2569 เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาแก่ราษฎรบนพื้นที่สูง เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจพระบัณฑิตฯ ที่ปฏิบัติหน้าที่บนพื้นที่สูง เพื่อให้พระบัณฑิตฯ ได้เสนอผลการดำเนินงานต่อผู้บริหารมหาวิทยาลัยและกำหนดวางแผนการทำงานเกี่ยวกับการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อเปิดป้ายหมู่บ้านชุมชนเข้มแข็ง พิธีวางศิลาฤกษ์ศูนย์วัฒนธรรมอิ้วเมี่ยน และพิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะของราษฎรบนพื้นที่สูง 500 คน รวมทั้งเพื่อให้ราษฎรบนพื้นที่สูงมีแหล่งเรียนรู้ด้านพระพุทธศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรม วิถีชีวิตของอิ้วเมี่ยน



