จากกรณี “DSI” ออกหมายเรียก “สส.สุดาวรรณ” อดีต รมว.อว. และครอบครัว-บริษัทแป้งมันฯ บุกรุกที่สาธารณะ จ.อุบลราชธานี รับทราบข้อหา 10 โมงวันนี้ หลังสอบสวนยาวนาน 6 ปี ต่อมา “กำนันป้อ” พ่อ สส.สุดาวรรณ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา “DSI” ความผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ และกฎหมายที่ดิน ปมขุด 3 บ่อน้ำ รวมเนื้อที่ 16 ไร่ รุกที่สาธารณะอุบลฯ ขณะที่ “เจ๊หน่อย นายก อบจ.โคราช-สส.สุดาวรรณ” ยังไม่ปรากฏตัว ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้
- อ่านข่าวต่อ : ด่วน! DSI ออกหมายเรียก ‘รัฐมนตรีคนดัง-ครอบครัว’ รับทราบข้อหารุกที่สาธารณะ 10 โมงวันนี้
- อ่านข่าวต่อ : “กำนันป้อ” เข้ารับทราบข้อหา “DSI” ความผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ และกฎหมายที่ดิน
เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “เดลินิวส์ออนไลน์” จะพาทุกคนมาทำความรู้จัก “สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” อดีตรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่ถูกจับตามองอยู่ในขณะนี้ หลัง “DSI” ออกหมายเรียก “สส.สุดาวรรณ” อดีต รมว.อว. และครอบครัว-บริษัทแป้งมันฯ บุกรุกที่สาธารณะ จ.อุบลราชธานี

สำหรับ “สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” ถือเป็นทายาทการเมืองรุ่นใหม่จาก “บ้านใหญ่โคราช” โดยเป็นบุตรสาวของ “วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล” หรือ “กำนันป้อ” อดีต สส.พรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและกระทรวงพาณิชย์ ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ “ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล” หรือ “มาดามหน่อย” นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา
โดย “สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” เติบโตมาในครอบครัวนักธุรกิจอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลัง ก่อนที่ครอบครัวจะเข้าสู่เส้นทางทางการเมือง จนกลายเป็นตระกูลการเมืองที่ทรงอิทธิพลในจังหวัดนครราชสีมา อีกทั้ง “สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” เคยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท แป้งมันเอี่ยมเฮงอุตสาหกรรม จำกัด อีกด้วย

อีกทั้ง “สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” ได้รับโอกาสดำรงตำแหน่งสำคัญในคณะรัฐมนตรีมาแล้วหลายกระทรวง ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงเคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ปี 2566 และยังคงดำรงตำแหน่งต่อเนื่องในปี 2569
ในด้านผลงานที่โดดเด่นคือ การผลักดันกิจกรรม “สวดมนต์ข้ามปี” อีกทั้งยังมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้ “ภูพระบาท” จนได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก รวมถึงการเสนอ “ต้มยำกุ้ง” และ “เคบายา” ทำให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้
สุดาวรรณ ได้มุ่งเน้นยกระดับประเพณีเป็น Soft Power ชูอัตลักษณ์วัฒนธรรมท้องถิ่น ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก จนสร้างรายได้จาก “เทศกาลลอยกระทง” สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 8,000 ล้านบาท รวมถึงการส่งเสริมผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT) ที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 37 ล้านบาท นอกจากนี้ยังได้ผลักดัน มวยไทย ละครไทย อาหารไทย และแฟชั่นไทย สู่เวทีโลกอีกด้วย.



