เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน นำทีม สส. แถลงข่าวถึงการเดินหน้าทำงานในสภาผู้แทนราษฎรและการใช้กลไกนิติบัญญัติเพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน ว่า พรรคประชาชนได้ยื่นไปแล้ว 9 ญัตติ ซึ่งมี 4 ญัตติแรกที่เป็นเรื่องเร่งด่วนและกระทบต่อปัญหาชีวิตของประชาชน โดยพรรคเสนอให้สภาพิจารณาและตั้งกรรมาธิการวิสามัญจัดทำข้อเสนอแนะและติดตามผลกระทบ เรื่องวิกฤติพลังงานและผลกระทบจากสงครามสหรัฐอิหร่าน, การแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร, การติดตามความคืบหน้าการชดเชยเยียวยาฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ และการตรวจสอบโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่มีปัญหาหรือสร้างอุปสรรคต่อประชาชน ส่วนอีก 5 ญัตติ เป็นญัตติทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น ให้สภาตั้งกรรมาธิกาาวิสามัญเพื่อศึกษาและจำทำข้อเสนอแนะ เรื่องการปฏิรูปกฎหมายและยกเลิกกฎระเบียบล้าสมัย, การปฏิรูประบบราชการ เป็นต้น

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนชุดกฎหมาย พรรคได้ยื่นไปแล้ว 9 ชุดแรก ชุดที่ 1 คือ การสร้างเศรษฐกิจที่เป็นธรรม ปฏิรูปประกันสังคม, ปรับสูตรค่าจ้างขั้นต่ำให้เป็นธรรม, ที่พักเท่าเทียม ชุดที่ 2 ปราบโกง คือ เปิดเผยข้อมูลรัฐ (open data), ปฏิรูปกระบวนการงบประมาณ ชุดที่ 3 คือ การกระจายอำนาจ, ชุดที่ 4 คือ ลดค่าไฟอย่างยั่งยืน, ชุดที่ 5 คือยกระดับบริการสาธารณะ, ชุดที่ 6 คือปกป้องสิ่งแวดล้อม, ชุดที่ 7 คือการปฏิรูปการศึกษา, ชุดที่ 8 คือการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และชุดที่ 9 คือ การปฏิรูปการเมือง เพิ่มกลไกถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และป้องกันการฮั้วระหว่าง รัฐบาล กับ ป.ป.ช.

“ยืนยันว่าเราจะทำหน้าที่เต็มที่ในฐานะแกนนำฝ่ายค้าน เพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงผ่านกลไกนิติบัญญัติ เราอยากจะเห็นสภาผู้แทนราษฎรทำงานกันอย่างแข่งขัน ในการใช้กลไกเหล่านี้เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน และหวังว่าญัตติเรื่องวิกฤติพลังงานที่เราตั้งใจเสนอเมื่อวาน แต่มีการปิดประชุมสภาหนีโดยประธานสภา ก็หวังว่าเรื่องนี้จะถูกบรรจุในการประชุมสภาครั้งถัดไป คือวันพุธที่ 25 มี.ค. นี้ เพื่อให้ สส. ได้อภิปรายข้อเสนอแนะได้อย่างเต็มที่ และคาดหวังให้นายกรัฐมนตรีและ ครม.รักษาการมาร่วมรับฟังคำอภิปรายและข้อเสนอแนะรวมถึงชี้แจงข้อสงสัยด้วยตัวเอง” นายพริษฐ์ กล่าว

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนตั้งข้อสังเกตว่าสัปดาห์หน้ามีการนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎรแค่วันเดียว ซึ่งผิดวิสัยกว่าปกติ ที่ต้องประชุม 2 วัน จึงอยากเรียกร้องว่าทำไมถึงมีการประชุมแค่วันเดียว และหากใครได้ฟังการแสดงวิสัยทัศน์ของนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ ก็ได้พูดชัดว่าต้องการให้สภามีเวลามากขึ้นในการพิจารณาร่างกฎหมาย ซึ่งหวังว่าทางประธานจะดำเนินการตามที่ได้พูดไว้และหารือกับทุกฝ่ายเพื่อเพิ่มวันประชุม ซึ่งเห็นว่ามีความเหมาะสมหากมีร่างกฎหมายที่ สส. หรือภาคประชาชนยื่นเข้ามาแล้วค้างอยู่ในวาระเยอะ บางสัปดาห์ควรมีการเพิ่มวันประชุมขึ้นมาอีก 1 วัน เป็น 3 วัน เพื่อใช้เวลาพิจารณาร่างกฎหมายต่าง ๆ

เมื่อถามว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านมีการนัดประชุมเพื่อวางกรอบ การทำงานอย่างเป็นทางการแล้วหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการประสานงานกันอย่างไม่เป็นทางการ เมื่อวานก็น่าจะเป็นที่ชัดเจน ว่าพรรคไหนไม่สนับสนุนให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ และมีความประสงค์จะทำงานในซีกฝ่ายค้านมีพรรคไหนบ้าง มีการประสานงานต่อเนื่องอยู่แล้ว แต่ก็มีความตั้งใจว่าจะนัดตัวแทนพรรคซีกฝ่ายค้าน มาประชุมร่วมกันในช่วงสัปดาห์หน้าอาจเป็นวันประชุมสภาวันแรก อย่างเมื่อวันที่ 19 มี.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งพรรคประชาชนจะเสนอญัตติเรื่องพลังงาน ตนก็ได้ประสานไปยังพรรคฝ่ายค้าน พรรคประชาธิปัตย์และพรรคกล้าธรรม ก็ให้การตอบรับในที่ประชุมสภา ที่ผ่านมาเป็นการประสานอย่างไม่เป็นทางการ แต่ตอนนี้พอชัดเจนแล้วก็ตั้งใจจะให้มีกลไกที่เป็นทางการมากที่สุด

ส่วนการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ภายหลังมีการทำประชามติและประชาชนเห็นชอบให้แก้ไขนั้น นายพริษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของสมาชิกทุกพรรคทุกคนรวมไปถึง สว. ขั้นตอนถัดไปก็ต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 หมวด 15/1 ปัจจุบันสิ่งที่ต้องการ คือความชัดเจนจาก ครม. ใหม่ ว่าจะมีการยืนยันหรือมติให้ยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 ทั้ง 2 ฉบับหรือไม่ หากยืนยันก็สามารถดำเนินการต่อ แต่หากไม่ยืนยันก็ต้องเสนอร่างเข้ามาในวาระ 1 อีกรอบหนึ่ง