เมื่อวันที่ 20 มี.ค. นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายเดชรัต สุขกำเนิด รองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าวมาตรการเยียวยาเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติน้ำมันและความขัดแย้งในพื้นที่ตะวันออกกลาง

โดยนายวีระยุทธ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ที่ผ่านมา มีการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) และมีนายกรัฐมนตรีมานั่งหัวโต๊ะ ต้องบอกว่าเราผิดหวังจากการแถลงข่าวของ ศบก. เพราะวันที่ 18 มี.ค. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ในฐานะ ผอ.ศูนย์ ศบก. บอกเองว่าจะจับไอ้โม่งหรือคนผิดที่เอาน้ำมันออกไปจากระบบ แต่ปรากฏว่าพอนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มานั่งหัวโต๊ะ กลับไม่มีไอ้โม่งแล้ว สิ่งแรกที่อยากเรียกร้องคือขอให้จับตัวเอาผิดให้ได้กับคนที่หากินบนความเดือดร้อนของประชาชน

นายวีรยุทธ กล่าวว่า ขณะที่เมื่อเช้านับเป็นเรื่องดี ที่มีการบุกจับใน จ.อ่างทอง นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่หากดูมูลค่าที่เกิดขึ้น แค่ประมาณ 10 กว่าล้านบาทเท่านั้น แต่ปริมาณน้ำมันที่หายไปจากระบบนั้นทำกำไรเท่าไร ซึ่งคิดว่าสูงกว่านั้นมาก จึงขอให้มีการเอาผิดอย่างจริงจัง ไม่อย่างนั้นวิกฤติที่ลากยาวไปอีก จะมีผู้หากินบนความเดือดร้อนของประชาชนไปอีกเรื่อย ๆ

นายวีระยุทธ กล่าวอีกว่า ส่วนอีกข้อขอเรียกร้องให้รัฐบาลและ ศบก. เปิดเผยข้อมูลน้ำมันซึ่งไม่ใช่เรื่องยากลำบากในยุคดิจิทัล เรายังเห็นประชาชนต่อคิวรอเติมน้ำมัน หลายปั๊มยังเขียนว่าน้ำมันหมดอยู่ดี แปลว่าสถานการณ์นี้ยังไม่ได้บรรเทาลงในสายตาของประชาชนในจังหวัดต่าง ๆ การเปิดข้อมูลจึงมีความสำคัญและไม่ใช่เรื่องยากเย็น เราเห็นภาคเอกชนออกมาทำเอง ที่ อบจ.ลำพูน เองก็ทำให้เห็นแล้ว เพราะร่วมมือกับกระทรวงพลังงานระดับจังหวัด สามารถเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้ประชาชนได้เห็นว่าแต่ละปั๊มมีปริมาณน้ำมันเหลือเท่าไหร่ ประชาชนจะได้ไม่ตื่นตระหนก

“ขอเรียกร้องไปยังเทคโนแครต หรือผู้กำหนดนโยบายอย่างคุณเอกนิติ คุณศุภจี ที่อยู่ร่วม ศบก. และรัฐบาลว่าถ้าต้องการลดความตื่นตระหนกของประชาชน ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนขอให้มีการเปิดเผยข้อมูลทำแดชบอร์ดอย่างจริงจังซึ่งสามารถทำได้เลยภายใต้ข้อมูลของกระทรวงพลังงานที่มีอยู่แล้ว” นายวีระยุทธ กล่าว 

นายวีระยุทธ ยังกล่าวว่า อยากชวนสังคมให้ความสำคัญกับภาคเกษตรกร ตอนนี้เสียงของพี่น้องเกษตรกรยังไปไม่ถึงรัฐบาลและ ศบก. ทั้งเรื่องน้ำมันและเรื่องปุ๋ย ที่เข้าฤดูเก็บเกี่ยวข้าวแล้วแต่น้ำมันขาด ถ้าไม่มีตรงนี้ โอกาสที่ข้าวจะร่วงลงนาโดยไม่ได้เก็บเกี่ยวมีส่วนมากและจะส่งผลต่อรายได้ของพี่น้องเกษตรกรไทย ถ้ายังไม่มีมาตรการช่วยเหลือเฉพาะจุด ก็จะเกิดความลำบาก จึงขอเรียกร้องให้ทำเป็นคูปองน้ำมัน เนื่องจากเรามีฐานข้อมูลเกษตรกรอยู่แล้ว ถ้าจะช่วยเหลือให้ตรงจุดก็ขอเรียกร้องให้มีการทำคูปองน้ำมันขึ้นมา

นายวีระยุทธ กล่าวว่า อีกเรื่องคือปุ๋ยที่กำลังจะเป็นปัญหาตามมา ตอนนี้เราได้ข้อมูลจากรัฐไม่ตรงกัน 2-3 วันก่อน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ พูดว่าจะมีสต๊อกของปุ๋ยเหลือถึงเดือน พ.ค. แต่เมื่อวานนี้กรมการค้าภายในบอกว่าจะใช้ได้ถึงเดือน ส.ค. จึงเรียกร้องว่าข้อมูลที่แท้จริงคืออะไร แล้วปุ๋ยมีเพียงพอถึงเมื่อไรกันแน่ 

นายวีรยุทธ กล่าวว่า มีการใช้โครงการปุ๋ยราคาพิเศษที่กรมการค้าภายในเข้ามาช่วยจริง มีปริมาณปุ๋ยราคาพิเศษที่ช่วยเหลือเกษตรกรประมาณ 5 ล้าน กก. แต่ความต้องการใช้ทั้งหมดถึง 5 ล้านตัน หรือคิดเป็นหนึ่ง 0.1% เท่านั้น ที่โครงการธงเขียวเข้าไปช่วยเหลือ จึงเรียกร้องให้ทำคูปองปุ๋ยเช่นเดียวกัน ความช่วยเหลือที่ตรงจุดที่สุดคือยิงตรงให้คูปองปุ๋ยคูปองน้ำมันไปถึงเกษตรกรในเวลาที่ตรงกับการเก็บเกี่ยว ซึ่งเราสามารถควบคุมงบประมาณได้ว่าจะใช้เท่าไร 

ทั้งนี้นายวีระยุทธ กล่าวว่า ความรู้สึกของคนไทยทุกวันนี้รู้สึกว่าไม่มีใครอยู่ข้างเลย มองหารัฐบาล รัฐบาลก็ชี้กลับมาว่าประชาชนกักตุน ดังนั้นคนที่เป็นไอ้โม่ง ที่เติมน้ำมันและสร้างปัญหาความปั่นป่วนในระบบเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องหา ไม่ใช่ชี้หน้ากลับมาที่ประชาชนว่าเป็นคนผิด 

เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่ก่อนประชุม ศบก. รัฐบาลประกาศว่าจะมีการตามหาคนกักตุนน้ำมันแล้วจะเอาผิด แต่หลังประชุมนายกฯ กลับบอกว่า ไม่มีไอ้โม่ง แต่เป็นเพราะประชาชนกังวลจึงกักตุนน้ำมัน นายวีระยุทธ ย้ำว่า เป็นเรื่องที่ผิดหวัง และน่ากังวลมากเพราะเกิดวิกฤติเมื่อไร มีการอุดหนุนราคาเมื่อไร จะมีคนทำกำไรได้เสมอ ตอนนี้ปริมาณน้ำมันเยอะ มูลค่ามหาศาลต้องมีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่กักเกี่ยวผลประโยชน์ตรงนี้ เป็นเรื่องที่ไม่สมควรเลยที่นายกรัฐมนตรีจะชี้กลับมาที่ประชาชนที่กำลังเดือดร้อน เพราะตนเชื่อว่าประชาชนทุกคนเดือดร้อนต้องหาวิธีเอาตัวรอด แต่ละภาคส่วนมีปัญหา 

“เราต้องการรัฐบาลที่ทำให้รู้สึกว่ายังอยู่เคียงข้างประชาชนและสามารถเรียกร้องรวมถึงเสนอปัญหาได้ หากเป็นแบบนี้ประชาชนก็ไม่กล้าชี้เป้าว่าใครทำผิด เพราะกลัวว่าสุดท้ายความผิดจะตกมาอยู่ที่คนชี้เป้าเอง” นายวีระยุทธ กล่าว 

ด้านตัวแทนเกษตรกรจากภาคตะวันออก ได้กล่าวถึงปัญหาที่เกษตรกรจะต้องเจอเกี่ยวกับปุ๋ยเคมีและตั้งข้อสงสัยว่า สต๊อกปุ๋ยเคมีในประเทศมีเพียงพอหรือไม่, ปุ๋ยเคมีที่ราคาขึ้นในปัจจุบันเป็นสต๊อกเดิมหรือไม่ และปุ๋ยเคมีลอตใหม่ที่จะเข้ามา จะเพิ่มต้นทุนให้เกษตรกรเท่าไหร่และแพงขึ้นเท่าไหร่ และอยากเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาแถลงข่าวอย่างเป็นระยะ เพื่อให้เกษตรกรวางแผนในการเพาะปลูกในฤดูถัดไปได้.