ในวันที่โลกต้องเผชิญทั้งความผันผวนของสภาพอากาศและความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้น ‘น้ำ’ จึงไม่ใช่แค่ทรัพยากรพื้นฐานของชีวิต แต่กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เชื่อมโยงทั้งเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตเข้าด้วยกัน

เนื่องในวันอนุรักษ์น้ำโลก ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ชวนมอง ‘ความจริงเรื่องน้ำ’ ที่หลายคนอาจมองข้าม เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าเหตุใดการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าจึงสำคัญ

1. น้ำจืดมีน้อยกว่าที่คิด

แม้โลกของเราจะมีน้ำปริมาณมาก แต่ความจริงคือ น้ำที่เราใช้ได้มีเพียงประมาณ 1% เท่านั้น เพราะน้ำส่วนใหญ่เป็นน้ำเค็ม และอีกส่วนถูกกักอยู่ในธารน้ำแข็ง พูดง่ายๆ คือ ถ้ามีน้ำ 100 แก้ว จะมีแค่ 1 แก้วที่ใช้ได้จริง ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่า น้ำจืดเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด และทุกการใช้งานของเราล้วนมีความหมาย

2. เกษตร-อุตสาหกรรมใช้มากกว่า 90%

จะพบว่าภาคเกษตรกรรมถือเป็นผู้ใช้น้ำรายใหญ่ที่สุด คิดเป็นประมาณ 70% ของทุกภาคส่วน รองลงมาคือภาคอุตสาหกรรมราว 19% และภาคครัวเรือนเพียง 11% เท่านั้น ทำให้เห็นว่า ‘การจัดการน้ำ’ ต้องเริ่มจากภาคการผลิตเป็นหลัก โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมที่แม้ใช้น้ำจำนวนมาก แต่ก็เป็นภาคส่วนที่มีศักยภาพในการปรับตัวสูง ผ่านการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี และระบบหมุนเวียนน้ำ เพื่อลดการใช้ทรัพยากรและเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาว

3. น้ำเสียกว่า 70% ยังไม่ได้รับการบำบัด

อีกด้านที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ‘น้ำหลังการใช้งาน’ ปัจจุบัน น้ำเสียมากกว่า 70% ของโลกยังไม่ได้รับการบำบัดอย่างเหมาะสมก่อนจะถูกปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ส่งผลกระทบต่อทั้งระบบนิเวศและคุณภาพสิ่งแวดล้อมโดยตรง ดังนั้น การมีระบบบำบัดน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำ จึงเป็นเรื่องจำเป็นม โดยหลายภาคอุตสาหกรรมเริ่มปรับไปใช้ระบบหมุนเวียนน้ำ เพื่อลดการใช้น้ำใหม่และลดผลกระทบต่อธรรมชาติในระยะยาว

4. เบื้องหลังเครื่องดื่ม 1 ขวด

น้ำไม่ได้มีแค่ในสิ่งที่เราดื่ม แต่ซ่อนอยู่ในทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การทำความสะอาด การผลิต ไปจนถึงการควบคุมคุณภาพ ทำให้โดยเฉลี่ยแล้ว การผลิตเครื่องดื่ม 1 ลิตร ต้องใช้น้ำประมาณ 2.38 ลิตร อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันหลายโรงงานเริ่มปรับปรุงกระบวนการให้ใช้น้ำน้อยลง เช่น ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ที่ลดอัตราการใช้น้ำเหลือต่ำกว่า 1.4 ลิตรต่อการผลิต 1 ลิตร สะท้อนให้เห็นว่าการออกแบบระบบที่ดีช่วยลดการใช้น้ำได้จริง

5. น้ำคือเรื่องของทุกคน

โดยสรุปแล้ว น้ำจึงไม่ใช่แค่สิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน แต่คือพื้นฐานของความมั่นคงทั้งด้านอาหาร เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม ดังนั้นการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน จึงจำเป็นอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับนโยบายไปจนถึงพฤติกรรมเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้น้ำอย่างรู้ค่า การฟื้นฟูแหล่งน้ำ ไปจนถึงการรับมือภัยแล้งและน้ำท่วม เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจก็มีบทบาทสำคัญในการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้าใจให้กับสังคม เช่น แนวทางของซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ที่เดินหน้าทั้งการปรับกระบวนการใช้น้ำและการทำงานร่วมกับชุมชน ผ่านโครงการ ‘มิซุอิกุ: สอนน้องรักษ์น้ำ’ และ ‘วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ’ เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนได้เรียนรู้และเห็นคุณค่าของน้ำในชีวิตประจำวัน ซึ่งปัจจุบันมีนักเรียนและครูเข้าร่วมแล้วกว่า 41,860 คน จาก 550 โรงเรียน

นอกจากนี้ยังมีโครงการ ‘คน-น้ำ-ดี’ ที่เน้นฟื้นฟูป่าต้นน้ำ เช่น การสร้างฝาย ปลูกหญ้าแฝก และฟื้นฟูระบบนิเวศ รวมถึงโครงการ ‘ระยองรักษน้ำ’ ที่เปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง

เมื่อมองภาพรวมทั้งหมด จะเห็นว่าวิกฤตน้ำไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ได้เกิดจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง แต่เป็นผลสะสมจากทั้งการใช้ การจัดการ และพฤติกรรมของเราเอง