เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 69 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) ในฐานะรองผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ  กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้มีข้อสั่งการตั้งแต่เดือน ธ.ค.68 พร้อมทั้งกำชับอย่างต่อเนื่อง โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในช่วงฤดูร้อน ปี 2569 ทั้ง 3 ภัย ได้แก่ 1.การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) โดยให้เฝ้าระวัง ติดตาม และประเมินสถานการณ์ที่ส่งผลต่อการเกิดเหตุในพื้นที่ และสร้างการรับรู้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ประสานการปฏิบัติร่วมกับฝ่ายทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ อุปกรณ์ เครื่องจักรกลปฏิบัติการด้านภัยจากไฟป่าและหมอกควัน  รวมถึงดูแลสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่อว่า 2.การป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ให้ดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุที่ได้ซักซ้อมไว้ โดยให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นลำดับแรก รวมถึงน้ำเพื่อการเกษตรกรรม และป้องกันอาชญากรรมจำพวกการลักขโมยเครื่องสูบน้ำและทรัพย์สินอื่น ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพของประชาชน เฝ้าระวังเหตุอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นจากความร้อนและการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ไฟฟ้า ทั้งภายในหมู่บ้าน ชุมชน และพื้นที่ประกอบเกษตรกรรม โดยรถดับเพลิงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีน้ำสำหรับระงับเหตุได้ทันที 3.การรับสถานการณ์พายุฤดูร้อน แจ้งเตือนประชาชนให้ทราบสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัย บุคลากรและทรัพยากรต่าง ๆ พร้อมออกให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์ และกำชับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่ แจ้งเตือนเกษตรกรเพื่อป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงสัตว์เลี้ยง

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงมหาดไทย ยังได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดเน้นย้ำนายอำเภอ ใช้กลไกท้องที่ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) บูรณาการกับหน่วยงานสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในพื้นที่ และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เฝ้าระวังสถานการณ์โรคที่เกิดในช่วงฤดูร้อนหรือหน้าแล้ง อาทิ อหิวาตกโรค อุจจาระร่วง อาหารเป็นพิษ รวมถึงโรคที่ประชาชนมักจะประสบถี่ขึ้น เช่น โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ที่พบในคนไทยบ่อยมากด้วยความถี่ในทุก ๆ 1 ชั่วโมง รวมถึงการเป็นลมจากอากาศร้อน ซึ่ง รพ.สต. และ อสม. เป็นกลไกที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญในการเป็นด่านแรกของการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การเฝ้าระวังภัยสุขภาพ และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน โดยให้ความรู้การดูแลตนเองในช่วงหน้าร้อน และมียาดม ยาสามัญประจำบ้าน เพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วยในเบื้องต้น หากอาการรุนแรงให้รีบพาไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

“กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้กำชับเจ้าหน้าที่ ปภ.จังหวัด ปภ.ศูนย์เขต และ ปภ.ส่วนกลาง สแตนด์บายประสานงานและรับแจ้งเหตุสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ และอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนทุกคน ในทุกเวลานาที ทุกสาธารณภัย เพื่อความผาสุกของสังคมไทย และความสุขที่ยั่งยืนของประชาชน” ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าว.