เมื่อวันที่ 23 มี.ค. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินการตรวจสอบกรณีน้ำมันในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ว่า ขณะนี้ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะกระทรวงพลังงาน เข้ามาให้ข้อมูลและอยู่ระหว่างการสอบปากคำเพิ่มเติม ส่วนผู้ประกอบการกิจการน้ำมันนั้น ได้มีการนัดหมายให้เข้าชี้แจงวันนี้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังต้องตรวจสอบว่าได้เข้าพบเจ้าหน้าที่แล้วหรือไม่ ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่พลังงานจังหวัดอ่างทอง ได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองอ่างทอง หรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเช่นกัน
ออกหมายเรียกผู้ประกอบการคลังน้ำมัน เคลียร์ปมต้องสงสัยกักตุน-โก่งราคา
ในส่วนของการขยายผลไปยังบุคคลอื่นหรือความเชื่อมโยงเพิ่มเติม พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า เบื้องต้นยังคงดำเนินการในเคสนี้เป็นหลัก แต่ตอนนี้ทางรัฐบาลได้ดำเนินการหลายจุด โดยอยู่ระหว่างรอฟังแนวทางจากรัฐบาล เนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหนึ่งในคณะทำงานร่วม พร้อมย้ำว่าขณะนี้ยังไม่พบข้อมูลว่ามีนักการเมืองหรือผู้มีอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างรัดกุม
ทั้งนี้ แนวทางการตรวจสอบแบ่งออกเป็น 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ การตรวจสอบคุณภาพน้ำมันว่ามีการปนเปื้อนหรือได้มาตรฐานหรือไม่ การตรวจสอบเอกสารการซื้อขายและการขนส่งว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ การตรวจสอบการจำหน่ายว่ามีการขายเกินราคาควบคุมหรือไม่ และการตรวจสอบการกักตุนสินค้าเพื่อเก็งกำไร หากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
เมื่อถามถึงผลการตรวจสอบในเบื้องต้น พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบอย่างไม่เป็นทางการ พบว่าคุณภาพน้ำมันอาจไม่ได้มาตรฐาน แต่ยังต้องรอผลเอกสารยืนยันผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการเพื่อยืนยันรายละเอียดก่อน โดยหากมีหนังสือออกมาชัดเจนว่าต่ำกว่ามาตรฐาน ผู้ประกอบการจะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.เชื้อเพลิงฯ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบประเด็นอื่นร่วมด้วย ทั้งการขายเกินราคา การปนเปื้อน และการกำกับราคา หากพบความผิดครบทุกด้าน จะมีการเรียกผู้ประกอบการมาแจ้งข้อกล่าวหา แต่จนถึงขณะนี้ผู้ประกอบการยังไม่ได้เข้าชี้แจงเอกสารอย่างละเอียดใดๆ เพิ่มเติม ซึ่งตำรวจต้องการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด ทั้งรูปแบบการจำหน่ายน้ำมัน ใบกำกับการขาย และเอกสารการขนส่ง ส่วนการตรวจสอบจะต้องย้อนหลังไปกี่ปีนั้น ยังต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงของคดี
ทั้งนี้ ปริมาณน้ำมันที่ตรวจสอบพบว่ามีมากกว่า 300,000 ลิตร ของคลังในจังหวัดอ่างทองนั้น ไม่ได้มีการอายัด เนื่องจากประเมินว่าคลังดังกล่าวมีศักยภาพรองรับได้มากกว่านั้น และข้อมูลจากพลังงานจังหวัด ระบุว่า ปริมาณดังกล่าวถือเป็นระดับปกติของคลังขนาดใหญ่ ส่วนผู้ประกอบการรายนี้จะมีคลังน้ำมันอยู่ที่อื่นอีกหรือไม่ อยู่ระหว่างตรวจสอบเพิ่มเติม
พ.ต.อ.ธนาทัศน์ ศรีพิพัฒน์ รรท.ผกก.2 บก.ปคบ. บอกเพิ่มเติมถึงความคืบหน้าการเรียกผู้ประกอบการคลังน้ำมัน จ.อ่างทอง ในวันนี้ว่า เบื้องต้น ผู้ประกอบแจ้งขอเลื่อนออกไปก่อน เพราะไม่สะดวกวันนี้ และขอดูอีกภายใน 1-2 วัน จะติดต่อเข้าให้ปากคำ เพราะส่วนของผู้ประกอบการเป็นการส่งหมายเรียกไป
ทั้งนี้ พนักงานสอบสวน ก็จะต้องเชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งกรมธุรกิจพลังงาน และพาณิชย์จังหวัด เข้ามาให้ข้อมูลด้วย เพราะตอนนี้ยังไม่ได้สอบปากคำใครอย่างละเอียด



