นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า สำนักงานฯ จำเป็นต้องจัดระเบียบผู้ขออนุญาตประกอบกิจการ ดาต้า เซ็นเตอร์ ใหม่ ด้วยการออกประกาศ กสทช.เปลี่ยนใบอนุญาตจากประเภทที่ 1 เป็นประเภทที่ 3 โดยจะเสนอต่อที่ประชุมบอร์ด กสทช.เร็วๆนี้ เพื่อให้มีผลบังคับใช้ภายในปี 69 นี้ หลังจากในปี 68-74 อุตสาหกรรม ดาต้า เซ็นเตอร์ มีแนวโน้มเติบโตสูง ขยายตัวเฉลี่ยปีละ 27.71% โดยมูลค่าตลาดจะเพิ่มจากประมาณ 4.7 แสนล้านบาท เป็น 2.02 ล้านล้านบาท
สำหรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 1 สำหรับผู้ให้บริการที่ ไม่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง มุ่งเน้นการขายต่อบริการ (รีเซลเลอร์) หรือให้บริการเสริมต่างๆ เช่น บัตรโทรศัพท์ต่างประเทศ, บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (ไอเอสพี) โดยเช่าโครงข่ายผู้อื่น เป็นการอนุญาตแบบ “แจ้งให้ทราบ” ขณะที่ ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 จาก กสทช. เป็นใบอนุญาตสำหรับผู้ประกอบการที่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง เพื่อให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปหรือผู้ให้บริการรายอื่น มีข้อกำหนดเข้มงวด เหมือนการให้บริการโทรศัพท์และเคเบิลใต้น้ำ
นายไตรรัตน์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีการลงทุน ดาต้า เซ็นเตอร์ ในประเทศไทยจำนวนมาก ที่ผ่านมามีกว่า 10 ราย ที่ได้รับการส่งเสริมจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และกำลังจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทยต้องกลับมาพิจารณาถึงความเหมาะสมในการจัดโซนนิ่ง เพื่อให้ไม่กระทบต่อพลังงานในอนาคตทั้งพลังงานไฟฟ้า น้ำ ซึ่งในต่างประเทศอย่างเช่น สหรัฐอเมริกา ก็เริ่มระงับการลงทุนใหม่ชั่วคราว 3 ปี ขณะที่สิงคโปร์เองก็เริ่มพิจารณามากขึ้นก่อนอนุญาตให้เข้ามาลงทุน ดังนั้นจึงเห็นการลงทุนไหลเข้ามาประเทศไทยมากขึ้น
นอกจากความกังวลเรื่องพลังงานในอนาคตแล้ว อีกสิ่งที่สถาบันการเงินและธนาคาร ก็กังวลและเริ่มส่งเสียงสะท้อนผ่านสำนักงานฯมาอีกทางหนึ่งด้วย เนื่องจาก ไม่มั่นใจในการปล่อยกู้เงินลงทุนระดับหลายร้อยล้าน ว่าในอนาคตธุรกิจดาต้า เซ็นเตอร์ จะไม่ทิ้งร้าง รวมไปถึงความกังวลเรื่องทุนเทา ที่อาจเข้ามาลงทุนดาต้า เซ็นเตอร์ เพื่อใช้เป็นช่องทางในการส่งสายสื่อสารให้กับแก๊งมิจฉาชีพหรือไม่
“ เมื่อมีการเปลี่ยนใบอนุญาตเป็นแบบที่ 3 นอกจากจะได้รับค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นแล้ว สิ่งสำคัญคือ สำนักงานฯจะสามารถจัดระเบียบการมาลงทุนในประเทศไทยได้ เช่น การจัดโซนนิ่งที่เหมาะสมกับพลังงานในแต่ละพื้นที่ ตลอดจนอาจมีการสร้างนิคมอุตสาหกรรมพลังงานเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งาน ไม่กระทบกับการผลิตพลังงานที่ใช้กับประชาชน รวมถึงสามารถเรียกดูข้อมูลได้ว่า ผู้ประกอบการ ดาต้า เซ็นเตอร์ ให้บริการกับลูกค้ารายไหนบ้าง น่าเชื่อถือ หรือไม่ ไม่ใช่ทุนเทา หรือ แก๊งมิจฉาชีพ ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการปิดกั้นการลงทุน แต่ต้องดูผลกระทบในระยะยาวด้านพลังงานด้วย” นายไตรรัตน์ กล่าว


