จากสถานการณ์วิกฤติราคาน้ำมันล่าสุด “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศชัดแล้วว่า ต่อไปนี้จะไม่มีคำว่า ตรึงราคา เมื่อไม่มีคำนี้ก็ไม่มีชนเพดาน ให้ดูกลไกตลาด ซึ่งรัฐบาลจะดูมาตรการสำหรับผู้ใช้น้ำมัน รวมถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่จะฝืนกลไกตลาดไม่ได้ เป็นคำตอบ หลังจากผู้สื่อข่าวถามถึงราคาน้ำมันดีเซล ที่ราคาชนเพดานที่รัฐบาลประกาศลิตรละ 33 บาทแล้ว
คำถามตามมา คำว่า ลอยตัวราคาน้ำมันดีเซล หมายถึงจะปล่อยให้ลอยตัวไปตามกลไกตลาด ขึ้นพรวดไปหรือไม่? จากที่ผ่านมารัฐบาลได้ประกาศว่า จะไม่ปรับขึ้นราคาแบบกระชาก แต่ล่าสุดค่ำคืน 22.00 น. วันที่ 25 มี.ค. ประชาชนต้องช็อก! กับประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันพุ่งพรวดทุกชนิดลิตรละ 6 บาท เป็นการปรับสูงสุด
ส่งสถานการณ์ราคาน้ำมันล่าสุด (26 มี.ค. 69)
-ราคาน้ำมันดีเซล หน้าปั๊ม อยู่ที่ ลิตรละ 38.94 บาท
-กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ชดเชยอยู่ที่ ลิตรละ 19.12 บาท ชดเชยลดลงจาก 26.99 บาท วันที่ 25 มี.ค.
–ราคาจริง จะอยู่ที่ลิตรละ 58.06 บาท
ดูตัวเลขตามนี้ ถ้าคำว่า ปล่อยไปตามกลไกตลาด หลายคนอาจตกใจว่า ต่อไปคนไทยต้องซื้อน้ำมันลิตรละ 60 บาทแล้วหรือ?
คำตอบ คำว่า ลอยตัวตามกลไกตลาดของนายกรัฐมนตรี หมายถึง ปล่อยให้ขึ้น-ลง โดยไม่มีการกำหนดเพดานราคา โดยจะมีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ตั้งตามพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ทำหน้าที่ดูแลเสถียรภาพราคาน้ำมันในประเทศ เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน
การปล่อยให้เป็นไปตามกลไกราคาตลาด กองทุนฯ จะเข้ามาดูแลให้เป็นไปตามความเหมาะสม อย่างเหตุการณ์การปรับขึ้นแบบกระชากล่าสุดลิตรละ 6 บาท จากเดิมจะทยอยปรับเป็นขั้นบันได ครั้งแรกจะปรับขึ้นลิตรละ 3 บาท แต่ทางประเทศมาเลเซีย ได้ประกาศปรับขึ้นดีเซลไปลิตรละ 7 บาทเป็น ลิตรละ 45.59 บาท หากไม่ปรับขึ้น ราคาจะยิ่งห่างกับมาเลเซียมาก
หากดูจากราคาน้ำมันในตลาดโลกตอนนี้แล้ว ต้องยอมรับว่า อาจจะทยอยปรับขึ้นไปเกินลิตรละ 35 บาท ซึ่งเป็นราคาน้ำมันดีเซลสูงสุด ตั้งแต่มี พ.ร.บ.กองทุนฯ ในปี 62 สมัยนั้นเป็นช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ตอนนั้นราคาน้ำมันดีเซล ปรับขึ้นไปสูงถึง 170 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
แต่ตอนนี้สงครามตะวันออกกลางราคาน้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์ ดีดตัวสูงสุดถึง 223 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เทียบจากช่วงก่อนเกิดสงคราม อยู่ที่ 90 กว่าดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขึ้นไปกว่า 100 กว่าดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ถือว่าครั้งนี้สถานการณ์ด้านราคารุนแรงกว่าแล้ว และระยะเวลานานกว่าด้วย
“ถ้านับตาม พ.ร.บ.กองทุนฯ ราคาดีเซล สูงสุดอยู่ที่ลิตรละ 35 บาท แต่ถ้าก่อนหน้าประมาณปี 51 ราคาดีเซลเคยสูงสุดที่ลิตรละ 44.24 มาแล้ว แล้วตอนนี้น้ำมันมาเลเซีย ที่แต่ก่อนถูกกว่าไทย ก็ราคาลิตรละ 45.59 บาทแล้ว แต่ถ้าถามว่า จะปรับขึ้นทีเดียวลิตรละ 10-20 บาท เลยหรือไม่นั้น ต้องบอกว่า ถ้าขึ้นทีเดียวขนาดนั้น ก็คงไม่ต้องมีกองทุนฯ ไว้คอยสร้างสมดุลราคาแล้ว”
ส่วนสุดท้ายราคาน้ำมันดีเซลในประเทศ จะขึ้นไปถึงลิตรละ 60 บาทตามราคาจริงหรือไม่ หรือราคาน้ำมันจะขึ้นไปสูงสุดเท่าไร เรื่องนี้ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะต้องขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันในตลาดเป็นหลักว่า จะเคลื่อนไหวอย่างไร แล้วกองทุนฯ มีความสามารถในการบริหารจัดการได้อย่างไรบ้าง!
สรุปง่ายๆ ตอนนี้ประชาชนต้องดูแลตัวเอง ประหยัด ประหยัด ประหยัด คาถาเอาตัวรอด เวลานี้



