น.ส.วัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา หรือ ซีพีเอ็น เปิดเผยว่า แผนงานใน 5 ปีจากนี้ (ปี69-73) บริษัทจะใช้เงินลงทุน 110,000 ล้านบาท พัฒนาโครงการขนาดใหญ่เป็นพิเศษ สร้างย่าน สร้างเมือง ทั่วประเทศ ตั้งเป้าหมายขยายอาณาจักรมิกซ์ยูสให้ครบ 33 โครงการภายในปี 73 พร้อมดันไทยสู่แลนด์มาร์กระดับโลก โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ เมืองแห่งอนาคตกรุงเทพฯตอนเหนือย่านรังสิต ซึ่งเป็นเมกะโปรเจกต์ ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำมาบนพื้นที่ 750 ไร่ ติดถนนพหลโยธินและทางด่วน ที่มีทั้งพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ และ ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ 

“เมกะโปรเจกต์ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ, เชียงใหม่, ภูเก็ต และขอนแก่น ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กรุงเทพฯ และประเทศไทยสู่ระดับโลก ไปพร้อมๆกับการขยายโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ทั้งออฟฟิศ, โรงแรม และที่อยู่อาศัยที่เติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง”

นอกจากนี้ ยังเตรียมพัฒนาโครงการเซ็นทรัล จีอาร์ไนน์ บนที่ดิน 73 ไร่ ยกระดับเป็นย่านศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ เชื่อมต่ออาคารสำนักงานและรีเทลเข้าด้วยกัน ประกอบด้วยศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9, และอาคารออฟฟิศ 3 อาคาร โดยเฟสแรกจะปรับปรุงเซ็นทรัล พระราม 9 และขยายพื้นที่รีเทล ทยอยเปิดให้บริการในช่วงต้นปี 71 และประกาศสร้างเดอะ เซ็นทรัลดิสทริค ที่รวมเซ็นทรัลลาดพร้าวเดิมเข้ากับโครงการใหม่ เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน รวมพื้นที่กว่า 96 ไร่ ใหญ่เกือบเท่าเซ็นทรัลเวิลด์ และปีนี้เตรียมเปิดให้บริการ เซ็นทรัล เนอร์ธวิลล์ เปิดในเดือน ก.ค.69 ,เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส มิกซ์ยูสที่มีทั้งศูนย์การค้า คอนโดฯ โรงแรม เปิดวันที่ 20 พ.ค.69

นายณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า ปัจจุบันศูนย์การค้าเซ็นทรัลได้มีการพัฒนา 45 ศูนย์การค้า บุกเบิกย่านและให้บริการแก่ลูกค้ากว่า 510ล้านคนต่อปี หรือเฉลี่ย 1.5 ล้านคนต่อวัน และนักท่องเที่ยวอีก 70 ล้านคนต่อปี โดยเดินหน้ายกระดับสู่อนาคตด้วยกลยุทธ์ พัฒนาเมืองด้วยโครงการ ขนาดใหญ่เป็นพิเศษอย่างโครงการที่รังสิต ยึดหลักมาตรฐานเมืองน่าอยู่ติดอันดับโลก เช่น สิงคโปร์, โตเกียว หรือโคเปนเฮเกน และปรับปรุงเซ็นทรัลปิ่นเกล้าจนมีผู้เข้าใช้บริการ ในไตรมาส 4 ปี68 เกือบ 2 ล้านคน และร้านค้ามียอดขายเติบโตต่อเนื่อง