หลังจากรัฐบาลส่งสัญญาณลอยตัวดีเซล ให้เป็นไปตามกลไก นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ระบุว่า รัฐบาลเตรียมออก 5 มาตรการเฉพาะกลุ่ม ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตการสู้รบในตะวันออกกลางแล้ว โดยมี 5 กลุ่มด้วยกัน เป็นกลุ่มไหนบ้างมาติดตามกัน
- การช่วยกลุ่มเปราะบาง แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน 13.4 ล้านคน โดยจะมีการเติมวงเงินเข้าบัตรสำหรับนำใช้จ่ายลดค่าครองชีพเพิ่มเติมจากปัจจุบันที่ได้รับเดือนละ 300 บาท รวมถึงช่วยเหลือค่าไฟฟ้า
- กลุ่มภาคขนส่งสาธารณะและโลจิสติกส์ ประกอบด้วย รถบรรทุก 360,000 ราย และรถโดยสารสาธารณะ 30,000 ราย โดยรูปแบบการช่วยเหลือจะมีการทั้งแจกคูปอง หรือบัตรเติมน้ำมัน ตลอดจนการโอนเงินสดเข้าบัญชีพร้อมเพย์ เพื่อช่วยเหลือแก่ผู้ขับขี่ หรือผู้ประกอบการ
- กลุ่มเกษตรกร จะช่วยลดต้นทุนใน 2 กลุ่ม กลุ่มแรกกระทรวงพาณิชย์จะจัดหาปุ๋ยราคาถูกให้แก่เกษตรกร และส่งเสริมให้มาใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดต้นทุนการเพาะปลูก ขณะเดียวกันเกษตรกรที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็จะได้รับความช่วยเหลือในหมวดกลุ่มเปราะบางควบคู่กันไปด้วย อีกกลุ่มชาวประมง จะช่วยลดต้นทุนในการออกเรือ โดยกระทรวงคมนาคมเตรียมส่งเสริมให้ชาวประมงเปลี่ยนจากใช้น้ำมันเขียวดีเซล มาเป็นบี20 หรือดีเซลผสมน้ำมันปาล์ม 20% ซึ่งเบื้องต้นราคาถูกกว่าดีเซลทั่วไปลิตร 5 บาท
- กลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการของรัฐ ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น สำนักงบประมาณจะเข้ามาดูแลผ่านการปรับค่าดัชนีราคาที่ใช้คำนวณค่างานก่อสร้าง หรือค่าเค เพื่อชดเชยต้นทุนการก่อสร้างตามกลไกให้
- การช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมและบริการ รัฐบาลจะไม่อุดหนุนราคาน้ำมันเป็นกรณีพิเศษ แต่จะเข้าไปช่วยเสริมสภาพคล่องภาคธุรกิจ ผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟต์โลน เพื่อประคองให้ผู้ประกอบการเดินต่อไปได้
อย่างไรก็ตาม การดำเนินมาตรการเหล่านี้หากเรื่องไหนใช้เงิน จะต้องเบิกจ่ายจากงบกลาง จึงต้องรอให้กระบวนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เสร็จสิ้นเรียบร้อยเสียก่อนจึงจะสามารถอนุมัติงบประมาณและเริ่มดำเนินการได้



