พระราชบัญญัติการพนัน หรือ พ.ร.บ.การพนัน บังคับใช้มาตั้งแต่ พ.ศ. 2478 หรือ 91 ปีมาแล้ว ทำให้กิจกรรมกีฬาหลายประเภทที่ถูกบรรจุใน พ.ร.บ.ฉบับนี้ ไม่สามารถเป็น “กีฬา” ได้อย่างเต็มตัว

แม้ว่าวันเวลาจะล่วงเลยมาเกือบ 100 ปี และมีหลายกิจกรรมกีฬา ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลมากขึ้นแล้วก็ตาม

วันนี้ เราจะมาดูกันว่า การปลดล็อก และนำกิจกรรมกีฬาเหล่านี้ โดยเฉพาะ “สนุกเกอร์” ออกจากคำว่า “การพนัน” จะต้องทำอย่างไร มีขั้นตอนแบบไหน ใครจะต้องมีส่วนร่วมบ้าง

และคำถามสุดท้าย จะเป็นไปได้หรือไม่?

+++++++++++++++

พ.ร.บ.การพนัน คืออะไร และบังคับใช้อย่างไร?

พระราชบัญญัติการพนัน เป็นกฎหมายที่ตราขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2478 (บังคับใช้มานานกว่า 91 ปี) เพื่อควบคุมและกำหนดประเภทของการเล่นพนันในประเทศไทย

กฎหมายนี้แบ่งการพนันออกเป็น 2 บัญชีหลัก คือ


บัญชี ก. เป็นการพนันประเภทที่ห้ามเล่นโดยเด็ดขาด เว้นแต่รัฐบาลจะออกพระราชกฤษฎีกาอนุญาตเป็นกรณีไป เช่น หวย ก.ข., โปปั่น, บาการา และสล็อตแมชชีน

บัญชี ข. เป็นการเล่นที่อนุญาตให้จัดขึ้นได้เพื่อความบันเทิงหรือผลประโยชน์ แต่ต้องขอใบอนุญาตจากเจ้าพนักงาน เช่น ชกมวย, แข่งเรือ, ชนไก่ และ สนุกเกอร์/บิลเลียด (ลำดับที่ 23)

สำหรับ “สนุกเกอร์” ปัจจุบันถูกควบคุมโดย กระทรวงมหาดไทย มีข้อกำหนดสำคัญคือ ห้ามบุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์เข้าเล่น

ทำให้เป็นอุปสรรคสำคัญในการฝึกซ้อมของเยาวชนที่จะก้าวสู่ระดับโลก เพราะหากเริ่มฝึกหลังอายุ 20 ปี จะเสียเปรียบนักกีฬาต่างชาติที่เริ่มตั้งแต่อายุ 6-10 ปี

นอกจากนี้ยังเป็นช่องโหว่ให้เกิดการเรียกรับผลประโยชน์หรือ “ส่วย” จากโต๊ะสนุกเกอร์ ที่อาจจะยอมให้เด็กเล่นได้ แต่จะต้องจ่ายค่าปิดปากให้โต๊ะ

แนวทางและขั้นตอนการนำสนุกเกอร์ออกจาก พ.ร.บ.การพนัน

การจะปลดล็อกสนุกเกอร์ให้พ้นจากสถานะการพนันและยกระดับเป็นกีฬาอย่างเต็มตัว มีแนวทางที่เสนอไว้ 2 ระยะ คือสั้น และยาว ดังนี้

ระยะสั้น คือการใช้อำนาจฝ่ายบริหาร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สามารถใช้อำนาจตามกฎหมายเพื่อผ่อนปรนระเบียบต่างๆ ได้ทันที

สิ่งที่ทำได้ อย่างเช่น การยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาต หรือการขยายเวลาเปิดให้บริการ เพื่อลดภาระของผู้ประกอบการ

ระยะยาว คือการใช้อำนาจนิติบัญญัติ หรือการแก้กฎหมาย

วิธีการคือต้องแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 เพื่อถอดชื่อ “สนุกเกอร์” ออกจากบัญชีประเภท ข.

นอกจากนั้น ยังควรย้ายการกำกับดูแลจาก “กระทรวงมหาดไทย” ไปอยู่ภายใต้ “กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา” เพื่อให้มีสถานะเป็นกีฬาอย่างชัดเจน และสามารถใช้กฎหมายตัวอื่นมาควบคุมดูแล

ขั้นตอนทางนิติบัญญัติและบทบาทภาคการเมือง

กระบวนการนี้ต้องเริ่มต้นจากการผลักดันในสภาผู้แทนราษฎรเป็นอันดับแรก

อันดับแรก จะต้องมีการยกร่างกฎหมาย แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งตอนนี้ “พรรคประชาชน” กำลังดำเนินการ และอยู่ในขั้นตอนการกลั่นกรองร่างกฎหมาย

อันดับต่อมาคือการเสนอญัตติและร่างกฎหมาย โดย สส. หรือ ภาคประชาชน เสนอร่างเข้าสู่สภา ซึ่งทางพรรคประชาชน คาดว่าจะเสนอได้ ภายในไม่เกินครึ่งปีแรกของปีนี้ (พ.ศ. 2569)

ต่อมาคือการอภิปรายและรับหลักการ โดยร่างกฎหมายจะต้องผ่านการพิจารณา 3 วาระ ในสภาผู้แทนราษฎร

คือวาระรับหลักการ, วาระพิจารณารายมาตราโดยกรรมาธิการ และลงมติวาระสุดท้าย ก่อนจะไปสู่ชั้นวุฒิสภา

ตามแผนงานของพรรคการเมืองที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้ นั่นคือ พรรคประชาชน คาดว่ากระบวนการในสภาอาจใช้เวลาจนถึงช่วงกลางปี 2569

โอกาสของกีฬาอื่นๆ ใน พ.ร.บ.การพนัน

ในบัญชีประเภท ข. ยังมีกีฬาและกิจกรรมอื่นๆ ที่ถูกจัดรวมอยู่ด้วย เช่น มวยปล้ำ, แข่งเรือ, ชนวัว และชนไก่

โอกาสในการปลดล็อกกิจกรรมเหล่านี้ ขึ้นอยู่กับการพิสูจน์ว่ากิจกรรมนั้นๆ มีบริบทที่เป็น “กีฬา” มากกว่า “การพนัน” หรือไม่ในยุคปัจจุบัน

กิจกรรมบางอย่างเช่น การชนไก่ หรือ ชนวัว มีเรื่องของการพนันที่ฝังรากลึก และมีความกังวลเรื่องการทารุณกรรมสัตว์ (ซึ่งบางส่วนอยู่ในบัญชี ก. ลำดับที่ 17) ทำให้การปลดล็อกอาจซับซ้อนกว่าสนุกเกอร์

แต่ถ้าหาก “การปลดล็อกสนุกเกอร์” ประสบความสำเร็จ จะถือเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการพิจารณาปรับปรุง พ.ร.บ.การพนัน ที่ใช้มานาน 91 ปี ให้ทันสมัยขึ้นสำหรับกีฬาประเภทอื่นๆ.